แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.



รับทำเว็บ สมุทรปราการ


Topics - แม่กำไล

หน้า: [1] 2
4
เสียงอีสาน 17-01-14
รัตนศิลป์ 18-01-14
รุ่งทิวา อำนวยศิลป์ 21-01-14


6
คลิปแรกเลยจ้า


7

น้ำตกถ้ำพระ ตั้งอยู่บริเวณบ้านถ้ำพระ ตำบลโสกก่าม อำเภอเซกา จ.บึงกาฬ อยู่ห่างจากอำเภอเซกาประมาณ 34 กิโลเมตร  มีน้ำเฉพาะในฤดูฝนเช่นเดียวกับน้ำตกอื่น ๆ ของภูวัว บริเวณน้ำตก จะเป็นที่ตั้งสำนักสงฆ์ เงียบสงบและร่มรื่น เมื่อเดินขึ้นมาบนลานหินด้านหลัง จะพบหุบเขารูปแอ่งกระทะขนาดกว้างประมาณ 200 ตารางเมตร มีสายธารน้ำตกไหลมายังก้นอ่างที่เบื้องล่าง บริเวณน้ำตกเป็นผากว้างราว 100 เมตร สูง 50 เมตร สามารถลงเล่นน้ำได้
การเดินทาง การเดินทางเข้าถึงค่อนข้างลำบาก จากอำเภอบุ่งคล้าไปตามทางหลวงหมายเลข 212 ระยะทาง 24 กิโลเมตรถึงบ้านท่าดอกคำ มีทางดินแยกขวาไปจนถึงห้วยบางบาตรและต่อเรือชาวบ้านไปยังน้ำตก






ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.fortuner-club.com/index.php?topic=36239.0
ขอขอบคุณภาพ จาก http://variety.teenee.com/foodforbrain/53079.html

8
หนึ่งในสยาม / คลิปหนึ่งในสยาม 2555 - 2556
« เมื่อ: เมษายน 13, 2013, 06:25:02 PM »

9


วัดไตรภูมิ อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ



พระธาตุรัตนตรัยภูมิ



พระประธานพระอุโบสถ


วัดไตรภูมิ – ตั้งอยู่ที่บ้านเซกา ถนนโพธิ์ศรี หมู่ที่ ๑ ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๔ ไร่ ๑ งาน น.ส. ๓ เลขที่ ๕๗๔๑ อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๒ เส้น ทิศใต้ประมาณ ๒ เส้น ๑ วา ทิศตะวันออกประมาณ ๒ เส้น ๑ วา ทิศตะวันตกประมาณ ๒ เส้น ๑ วา มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๖ ไร่ น.ส. ๓ เลขที่ ๑๐๐ อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๗ บานประตูหน้าต่าง เป็นไม้มะค่าแกะสลักลวดลาย ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น สร้าง พ.ศ. ๒๕๓๐ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๑๐ หลัง เป็นอาคารไม้ ๗ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๒ หลัง ตึก โรงครัว และหอระฆัง ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปปูน ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๔๐ นิ้ว ใบเสมาศิลาสลักลายไทย ปรางค์เทพนม และธรรมาสน์ วัดไตรภูมิ สร้างเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๐ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๔ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร

ข้อมูลจาก : ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
( http://www.m-culture.in.th/moc_new/album/132622/วัดไตรภูมิ/#ns-thumbnail-pg )
บึงกาฬ , 26 เมษายน 2555

11
ขออภัยค่ะ เนื่องด้วยกล้องถ่ายรูปอยู่กับอาจารย์เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูป  :m142: :m142: :m142: :m142: :m142:

ท่านใดมี Facebook เข้าชมภาพได้ที่นี่เลยค่ะ
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.492420894142687.130421.100001243417708&type=1

12
หนึ่งในสยาม / คลิปเปิดวงคณะหนึ่งในสยาม 12/11/2555
« เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2012, 03:23:53 PM »
 :m159: :m159: :m159:

13

ในสมัย ต้นปฐมกัป มีพญากาเผือกสองตัวผัวเมีย ทำรังอยู่ที่ต้นมะเดื่อริมฝั่งแม่น้ำคงคาอันเป็นธรรมชาติสถาน รื่นรมย์
 
ในเวลาต่อมาต่อมา พระโพธิสัตว์ ได้ทรงปฏิสนธิเกิดในครรภ์แม่พญากาเผือก พร้อมกันถึง ๕ พระองค์ เมื่อครบทศมาส แม่กาเผือกก็ออกไข่ ณ ที่รังต้นมะเดื่อ จำนวน ๕ ฟอง (สถานที่นี้ในกาลต่อมาเรียกว่า วัดพระเกิด) และคอยเฝ้า ดูแลรักษาไข่ด้วยความทะนุถนอมเป็นอย่างดี อยู่ มาวันหนึ่งพญากาเผือกออกไปหากินถิ่นแดนไกลไปถึงสถานที่แห่งหนึ่งอันสมบูรณ์ ด้วยธรรมชาติ แม่กาเผือกเพลินหากินอาหาร ชื่นชมกับธรรมชาติจนมืดค่ำ เกิดลมพายุใหญ่พัดกระหน่ำมืดครึ้มทั่วไปหมด ทำให้หาหนทางออก ไม่ถูก จึงหลงอยู่ในบริเวณสถานที่นั้น (สถานที่นั้นในกาลต่อมาเรียกว่า เวียงกาหลง) แม่กาเผือกได้อยู่ที่เวียงกาหลง คืนหนึ่ง จนเช้าจึงรีบถลาบินกลับที่พัก แต่ปรากฏว่ากิ่งไม้มะเดื่อที่ทำรังอยู่ถูกลมพายุใหญ่พัดหักล้มลงไปในแม่น้ำ แม่กาเผือกตกใจรีบบินถลาหาลูกที่ยังอยู่ในไข่ แต่หาเท่าไรก็ไม่พบ ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ในที่สุดก็สิ้นใจตายอย่างน่าสงสาร

แต่ด้วยอานิสงส์ที่มีความเมตตารักลูกอันบริสุทธิ์กับทั้งที่ลูกของแม่กา เผือกเป็นพระโพธิสัตว์ถึง ๕ พระองค์ จึงเป็นกุศลหนุนส่งให้แม่กาเผือกไปจุติยังแดนพรหมโลกชั้นสุทธาวาส ได้พระนามว่า “ฆติกามหาพรหม” จักได้เป็นผู้ถวาย อัฏฐะบริขาร บวชแก่ลูกทั้ง ๕ พระองค์ เมื่อจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนไข่ทั้ง ๕ ถูกลมพัดตกน้ำไหลไปในสถานที่ต่าง ๆ ไข่ฟองที่ ๑ แม่ไก่เก็บไปดูแลรักษา ไข่ฟองที่ ๒ แม่นาคราชเก็บไปดูแลรักษา ไข่ฟองที่ ๓ แม่เต่า เก็บไปดูแลรักษา ไข่ฟองที่ ๔ แม่โคเก็บไปดูแลรักษา ไข่ฟองที่ ๕ แม่ราชสีห์เก็บไปดูแลรักษา

ครั้นในกาลเวลาต่อมา พระโพธิสัตว์ทั้ง ๕ ก็ประสูติออกจากไข่ ปรากฏเป็นมนุษย์บุรุษรูปงานทั้ง ๕ พระองค์ และเจริญเติบโตอยู่กับแม่เลี้ยงด้วยความกตัญญู รู้จักหน้าที่ ทดแทนบุญคุณจนถึงอายุได้ ๑๒ ปี ด้วยบุญกุศลเก่าหนุนส่งก็มีจิตคิดที่จะออกบวชบำเพ็ญเนกขัมมะบารมี เป็นฤาษีอยู่ในป่า จึงได้อำลาแม่เลี้ยงของตนเหมือนกันทั้ง ๕ พระองค์ ฝ่ายแม่เลี้ยงก็ไม่ขัดความประสงค์ อนุญาตให้ลูกไปบวช บำเพ็ญบารมีอยู่ในป่าด้วยความอนุโมทนา

แม่ เลี้ยงทั้ง ๕ เป็นปณิธานที่มุ่งมั่น จะบำเพ็ญบารมีพระโพธิญาณ เพื่อเป็นพระพุทธเจ้าโปรดสัตว์โลกให้พ้นจากกองทุกข์ในวัฏฏะสงสาร จึงฝากนามของแม่เลี้ยงไว้กับลูกเพื่อเป็นอนุสรณ์ตำนานไว้แก่โลกต่อไปในภาค หน้า เมื่อลูกได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าโปรดโลกแล้วตามลำดับพระนามดังต่อไปนี้

องค์ที่ ๑ มีพระนามว่า พระกกุสันโธ เพราะตามนามแม่เลี้ยงเป็นไก่

องค์ที่ ๒ มีพระนามว่า พระโกนาคมโน เพราะตามนามแม่เลี้ยงเป็นนาค

องค์ที่ ๓ มีพระนามว่า พระกัสสโป เพราะตามนามแม่เลี้ยงเป็นเต่า

องค์ที่ ๔ มีพระนามว่า พระโคตโม เพราะตามนามแม่เลี้ยงเป็นโค

องค์ที่ ๕ มีพระนามว่า พระศรีอาริยเมตไตรโย เพราะตามนามแม่เลี้ยงเป็นราชสีห์

ในกัปนี้ชื่อว่า ภัททกัปเป็นกัปที่เจริญที่สุดเพราะมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลกนี้ถึง ๕ พระองค์ จึงเป็นที่มาของ คำว่า “นโมพุทธายะ” นะ คือ พระกกุสันโธ โม คือ พระโกนาคมโน พุท คือ พระกัสสโป ธา คือ พระโคตโมยะ คือ พระศรีอาริยเมตไตรโย จนเป็นคาถาที่ใช้สืบต่อกันมา ฝ่าย พระโพธิสัตว์ ทั้ง ๕ เมื่อออกบวชเป็นฤาษีก็ได้บำเพ็ญเพียรพระกัมมัฏฐานจนสำเร็จญาณอภิญญาสมาบัติ อยู่มาวันหนึ่งได้เหาะมาหาอาหารผลไม้ และบำเพ็ญเพียรธรรมที่ป่าดอยสิงกุตตระ ณ ใต้ต้นนิโครธ อันร่มเย็นด้วยกิ่งไม้สาขาใหญ่ ฤาษีทั้ง ๕ ได้มาพบกัน ณ ที่นี้โดยไม่ได้นัดหมาย จึงสอบถามถึงความเป็นมาของกันและกันจนรู้ว่าแต่ละองค์ก็มีแต่แม่เลี้ยง ฤาษีทั้ง ๕ จึงร่วมกันตั้งสัจจะอธิษฐานขอให้ได้พบแม่บังเกิดเกล้า ด้วยอำนาจสัจจะอธิษฐานธรรมอันบริสุทธิ์ดังก้องไปถึงพรหมโลก ท้าวฆติกามหาพรหม ซึ่งเดิมคือ แม่กาเผือก ทราบเหตุการณ์ทั้งหมดจึงจำแลงเพศเป็นรูปเดิม ขนขาวสวยงาม มาปรากฏตัวอยู่ข้างหน้าของฤาษีทั้ง ๕ เมื่อลูกฤาษีได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด ก็รู้สึกสลดสังเวชใจและสำนึกบุญคุณอันใหญ่หลวงของแม่กาเผือก จึงน้อมนมัสการผู้เป็นแม่ กราบขอสัญลักษณ์อนุสรณ์ผู้บังเกิดเกล้าไว้บูชา ได้มาเป็นผ้าฝ้ายเป็นตีนกาสัญลักษณ์ของแม่กาเผือกให้แก่ลูกฤาษีทั้ง ๕ ไว้ใช้เป็นไส้ประทีปจุดบูชาทุกวันพระ และต่อมาได้กลายเป็นประเพณีจุดประทีปตีนกาบูชาแม่กาเผือก ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ลอยกระทง เป็นตำนานสืบไว้ตลอดกาลนาน

ฤาษี โพธิสัตว์ทั้ง ๕ ต่างพากันตั้งหน้าบำเพ็ญเพียรรักษาศีลธรรมภาวนามิได้ขาดจนดับขันธ์ ได้ไปจุติบนเทวโลกชั้นดุสิตพิภพ และในกาลต่อมาก็วนเวียนบำเพ็ญเพียรบารมีทุกภพชาติที่กำเนิดเกิดในสงสารวัฏ นี้ จนบารมีเต็มเปี่ยมสมบูรณ์ทั้ง 30 ทัศแล้ว ก็ ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ฆติกามหาพรหมผู้เป็นแม่ต้นกัปโลกา ก็จะนำเอาบริขาร คือ บาตรไตรจีวร มาถวายลูกโพธิสัตว์ทั้ง ๕ พระองค์ในชาติสุดท้ายที่จะได้เป็นพระพุทธเจ้าโปรดโลกทุกพระองค์

กาลเวลาอันยาวนานผ่านไปจนถึงปัจจุบัน พระโพธิสัตว์ลูกแม่กาเผือก ก็ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าโปรดโลกไปแล้วถึง ๔ พระองค์ ตามลำดับดังนี้

พระกกุสันโธสัมมาสัมพุทธเจ้า มีอายุ ๔ หมื่นปี มีเขมวตีนนครของพระเจ้าเขมะเป็นราชธานี

พระโกนาคมโนสัมมาสัมพุทธเจ้า มีอายุ ๓ หมื่นปี มีโสภวตีนนครของพระเจ้าโสภะเป็นราชธานี

พระกัสสโปสัมมาสัมพุทธเจ้า มีอายุ ๒ หมื่นปี มีพาราณสีนครของพระเจ้ากิงกิเป็นราชธานี

พระโคตโมสัมมาสัมพุทธเจ้า มีอายุ ๘๐ ปี มีกบิลพัสดุ์นครของพระพุทธเจ้าสุทโธทนะเป็นราชธาน

ส่วน พระโพธิสัตว์องค์ที่ ๕ อันเป็นลูกองค์สุดท้ายของแม่กาเผือก คือ พระศรีอริยเมตไตรย์ จักเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ ๕ ในภัททกัป จะมีอายุถึง ๘ หมื่นปี


http://variety.teenee.com/world/44520.html

15
ขอเชิญร่วมงานสวดลักขี บวชชีพราหมณ์หมื่นคน
โดย พระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เป็นประธานในพิธี
วันที่ ๖-๙ มกราคม ๒๕๕๕  
ณ วัดธรรมมงคล  สุขุมวิท ๑๐๑ บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ

กำหนดการ

วันศุกร์ที่   ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕
เวลา ๐๘.๐๐ น. เป็นต้นไป เริ่มลงทะเบียบผู้เข้าร่วมบวชชีพราหมณ์
เวลา ๑๘.๐๐ น. เริ่มพิธีบวชชี/จุดเทียนชัย/สวดลักขี/นั่งสมาธิ/ฟังพระธรรมเทศนา

วันเสาร์ที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕
เวลา ๐๖.๐๐ น. พระธรรมมงคลญาณ ตักบาตรสามเณร ๙๓ รูป หน้าศาลา ๘๔ ปี
เวลา ๑๘.๐๐ น. พระเถระฝ่ายวิปัสสนาธุระ เจริญพระพุทธมนต์เย็น/สวดลักขี/นั่งสมาธิ/ฟังพระธรรมเทศนา/และหยุดพักเป็นช่วงๆ ตลอดวันตลอดคืน

วันอาทิตย์ที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕
เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ เจริญพระพุทธมนต์/ฉันภัตตาหารเพล
เวลา ๑๒.๐๐ น. คณะศิษย์ยานุศิษย์ถวายมุทิตาสักการะพระธรรมมงคลญาณ ณ ปรำพิธี/ถวายผ้าป่าโครงการประทีปเด็กไทยและถวายผ้าป่าสามัคคี/สวดลักขี/นั่งสมาธิ/ฟังพระธรรมเทศนา/และหยุดพักเป็นช่วงๆ ตลอดวันตลอดคืน

วันจันทร์ที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕
เวลา ๐๕.๔๙ น. ดับเทียนชัย/ลาสิกขา เป็นเสร็จพิธี



ติดต่อสอบถามโทร. ๐๒-๓๓๒-๔๑๔๕
ติดต่อเป็นเจ้าภาพโรงทานโทร. ๐๒-๓๑๑-๑๓๘๗

16
http://www.4shared.com/embed/1026323490/1fa5ee29

เนื้อเพลง มนต์เพลงลูกอีสาน ไหมไทย ใจตะวัน

ธรณีนี่นี้ ธรณีนี่นี้ บนแผนที่ประเทศไทย
เป็นที่ราบสูงอันกว้างใหญ่

ที่ไผต่อไผเอิ้นว่าแผ่นดินอีสาน
อีสาน… อีสาน…

คือแผ่นดินของคนกินข้าวเหนียว
ถิ่นดอกกระเจียวดอกคูนดอกจาน
มีสายน้ำโขง ชีมูล หล่อเลี้ยง
กล่อมใจด้วยเสียงพิณแคนแผ่วหวาน
ถือฮีตสิบสอง คองสิบสี่โบราณ
หลอมใจอีสานให้ก้าวผ่านแล้งเข็ญ

สู้บ่ถอยถึงต้นทุนบ่สูง
ฤทธิ์ตำบักหุ่งฝึกให้ยอมบ่เป็น
ลำบากแค่ไหนก็มีหัวใจมักม่วน
เก็บคำคร่ำครวญใส่ทำนองผ่องเพ็ญ
เป็นกลอนลำขับดับทุกข์ยามลำเค็ญ
เลือดตากระเด็นยังลุกขึ้นย้อนฟ้อนแอ่น

มนต์เพลงลำขับขาน
บอกลูกอีสานบ่ย่านผู้ใด๋
แม้นตกถิ่นฐานใด
เหงื่อรินท่วมกาย
ใจมีแต่เสียงแคนซิ่งจังหวะ
ลำเซิ้ง ลำเต้ย ลำเดิน ลำเพลินลำแพน
ขับกล่อมทางเดินคลอนแคลน
ออกเสียงแทน..พี่น้องบ้านเฮา

อีสาน…อีสาน โอ…โอ้…โอ๊…

ดอกจานยังแดงผักกะแยงยังหอม
แมงภู่ยังตอมดอกกะยอมยามเช้า
น้ำชีมูลโขงยังไหลลงบ่ถอย

อีสานลาบก้อยยังรสแซ่บบ่เซา
เพลงลูกอีสานก็ยังสิม่วนคือเก่า
บอกคนบ้านเฮาให้ฮักกัน…มั่นแก่น…

ธรณีนี่นี้ ธรณีนี่นี้ บนแผนที่ประเทศไทย
เป็นที่ราบสูงอันกว้างใหญ่

ที่ไผต่อไผเอิ้นว่าแผ่นดินอีสาน
อีสาน… อีสาน…

17
พูดคุยทั่วไป / <<<น้ำท้วมไทย ปี 54 >>>
« เมื่อ: ตุลาคม 13, 2011, 03:43:55 PM »






 :m147: :m147: :m147: :m147:

18
พูดคุยทั่วไป / ประเพณีบุญข้าวสาก
« เมื่อ: กันยายน 05, 2011, 11:45:27 PM »
  บุญเดือนสิบ บุญข้าวสาก หมายถึงบุญที่ให้พระเณรทั้งวัด จับสลากเพื่อจะรับปัจจัยไทยทาน ตลอดจนสำรับกับข้าว ที่ญาติโยมนำมาถวายและบุญนี้จะทำกันในวันเพ็ญเดือนสิบ จึงเรียกชื่ออีกอย่างว่า "บุญเดือนสิบ"

  มูลเหตุที่ทำ   เพื่อจะทำให้ข้าวในนาที่ปักดำไปนั้นงอกงาม และได้ผลบริบูรณ์ และเป็นการอุทิศส่วนกุศลถึงญาติผู้ล่วงลับ ไปแล้ว

  ความเป็นมาของสลากภัตตทาน
ในสมัยหนึ่งพุทธองค์ได้เสด็จไปกรุงพาราณสี ในคราวนี้นบุรุษเข็ญใจ พาภรรยาประกอบอาชีพตัดฟืนขายเป็นนิตย์เสมอมา เขาเป็นคนเลื่อมใสพระพุทธศาสนายิ่งนัก วันหนึ่งเขาได้ปรึกษากับภรรยาว่า "เรายากจนในปัจจุบันนี้เพราะไม่เคยทำบุญ-ให้ทาน รักษาศีลแต่ละบรรพกาลเลย ดังนั้นจึงควรที่เราจักได้ทำบุญกุศล อันจักเป็นที่พึ่งของตนในสัมปรายภพ-ชาติหน้า"ภรรยาได้ฟังดังนี้แล้ว ก็พลอยเห็นดีด้วย จึงในวันหนึ่งเขาทั้งสองได้พากันเข้าป่าเก็บผักหักฟืนมาขายได้ทรัพย์แล้วได้นำไปจ่ายเป็นค่าหม้อข้าว 1 ใบ หม้อแกง 1 ใบ อ้อย 4 ลำ กล้วย 4 ลูก นำมาจัดแจงลงในสำรับเรียบร้อยแล้วนำออกไปยังวัด เพื่อถวายเป็นสลากภัตตทานพร้อมอุบาสกอุบาสิกาเหล่าอื่น สามีภรรยาจับสลากถูกพระภิกษุรูปหนึ่งแล้วมีใจยินดี จึงน้อมภัตตาหารของตนเข้าไปถวายเสร็จแล้วได้หลั่งน้ำทักษิโณทกให้ตกลงเหนือแผ่นปฐพีแล้วตั้งความปราถนา "ด้วยผลทานทั้งนี้ข้าพเจ้าเกิดในปรภพใดๆ ขึ้นชื่อว่าความยากจนเข็นใจไร้ทรัพย์เหมือนดังในชาตินี้ โปรดอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าทั้งสองเลย ขอให้ข้าพเจ้าทั้งสองเป็นผู้มั่งคั่งสมบูรณ์เพียบพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติและมีฤทธิ์เดชมาก ในปรภพภายภาคหน้าโน้นเถิด" ดังนี้
    ครั้นสองสามีภรรยานั้นอยู่พอสมควรแก่อายุขัยแล้วก็ดับชีพวายชนม์ไปตามสภาพของสังขาร ด้วยอานิสงฆ์แห่งสลากภัตตทาน จึงได้ไปเกิดเป็นเทพบุตร เทพธิดาในดาวดึงส์สวรรค์ เสวยสมบัติทิพย์อยู่ในวิมานทองอันผุดผ่องโสภาตระการยิ่งนัก พร้อมพรั่งไปด้วยแสนสุรางค์นางเทพอัปสรห้อมล้อมเป็นบริวาร มีนามบรรหารว่า "สลากภัตตเทพบุตรเทพธิดา"
          กาล กตวา ครั้นจุติเลื่อนจากสวรรค์แล้วก็ได้ลงมาเกิดเป็นกษัตริย์ในเมืองพาราณสี มีพระนามว่าพระเจ้าสัทธาดิส เสวยราชสมบัติอยู่ 84,000 ปี ครั้นเบื่อหน่ายจึงเสด็จออกบรรพชา ครั้นสูญสิ้นชีวาลงแล้วก็ได้ไปเกิดในพรหมโลก และต่อมาก็ได้มาอุบัติเป็นพระตถาคตของเรานั่นเอง นี่คืออานิสงฆ์แห่งการถวายสลากภัตต์ นับว่ายิ่งใหญ่ไพศาลยิ่งนัก สามารถอำนวยสุขสวัสดิ์แก่ผู้บำเพ็ญทั้งชาติมนุษย์และสวรรค์ ในที่สุดถึงความเป็นพระพุทธเจ้าได้


   พิธีกรรม
          เมื่อถึงวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 ญาติโยมจะเตรียมอาหาร คาวหวาน และหมากพลู บุหรี่ พอเข้าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ญาติโยมจะพากันทำบุญใส่บาตร พอถึงเวลาประมาณ 9 - 10 โมงเช้า พระสงฆ์จะตีกลองโฮม(รวม) ญาติโยมจะนำอาหารที่เตรียมถวายพระสงฆ์และห่อข้าวน้อยซึ่งมีอาหารคาวหวาน อย่างละเล็กอย่างละน้อยแต่ละห่อประกอบด้วย
          1. ข้าวเหนียว เนื้อปลา เนื้อไก่ หมู และใส่ลงไปอย่างละเล็กอย่างละน้อยถือเป็นอาหารคาว
          2. กล้วย น้อยหน่า ฝรั่ง แตงโม สับปะรด ฟักทอง (แล้วแต่จะเลือกใส่)เป็นอาหารหวาน
          หลังจากนำอาหารที่เตรียมห่อเป็นคู่ๆ นำมาผูกกันเป็นพวงแล้วแต่จะใส่กี่ห่อก็ได้ส่วนใหญ่จะใช้ 10 คู่ เมื่อนำไปเลี้ยง "ผีตาแฮก" ที่นาของตนเองด้วย โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้ผีตาแฮกพอใจ และช่วยดูแลข้าวกล้าในนาให้งอกงามสมบูรณ์ ตลอดจนช่วยขับไล่ศัตรูข้าวได้แก่ นก หนู ปูนา ไม่ให้มาทำลายต้นข้าวในนาอีกส่วนหนึ่ง เมื่อนำอาหารมาถึงศาลาวัดที่จะทำบุญแล้ว เขียนชื่อของตนลงในกระดาษ ม้วนลงใส่ในบาตร เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว ผู้ที่จะเป็นหัวหน้ากล่าวนำคำถวายสลากภัต ญาติโยมว่าตามจบแล้วนำไปให้พระเณร จับสลากที่อยู่ในบาตร พระเณรจับได้สลากของใคร ผู้เป็นเจ้าของพาข้าว(สำรับกับข้าว)และเครื่องปัจจัยไทยทานก็นำไปประเคนให้พระรูปนั้นๆ จากนั้นพระเณรจะฉันเพล ให้พรญาติโยมจะพากันรับพรแล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว
  

19
พูดคุยทั่วไป / แม่หม้ายกล่อมลูก
« เมื่อ: สิงหาคม 12, 2011, 01:04:57 AM »
แม่หม้ายกล่อมลูก

http://www.4shared.com/embed/195678400/282d3fe1

 นอนสาหล่าหลับตาแม่สิกล่อม นอนอู่แก้วนอนแล้วแม่สิกวย นอนสาหล่ากัลยาน้อยอ่อน แม่สิสอนลูกแก้วจอมสร้อยให้ค่อยฟัง เป็นคนนี่ยำเกรงผู้ใหญ่ คารวะละผู้เฒ่าผ่านใกล้หมอบคลาน หย่างใกล้เผิ่นให้เจ้าเอิ้นขอทาง เผิ่นเอิ้นขายเจ้าอย่าได้เว้าหยาบ เป็นคำบาปบ่จบบ่งาม กริยาเลวทรามขายหน้าพ่อแม่ ลูกขี้แพ้พ่อแม่อยากอาย เกิดเป็นชายวิชาเป็นทรัพย์ เผิ่นจั่งนับถือหน้าถือตา บรรพชาสมบทคือบวช ให้หมั่นกวดศึกษาเล่าเรียน การทำเพียรกำจัดกิเลศ บ่เป็นเหตุเสียชาติตระกูล ลูกหล่าแม้ให้มีใจกรุณา ใจเมตตาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คนดีแม่ให้มีใจก้วงขวง คนทั้งปวงละสิยอยกเจ้า ยามกินเข้าให้คิดถึงคุณควาย พระอิศวรเผิ่นจึงมาผายโผด บ่เป็นโทษกายวาจาใจ เว้านำไผเผิ่นก้อชมชื่น ไปบ้านอื่นสิมีผู้บูชา เทวดารักษาปกป้อง ฝูงพี่น้องยอย่องสรรเสริญ อื้อ ฮือ อือ อื้อฮือ อือ ฮือ อื้อ อือ ...
           เจ้าหากแม่นหลานปู่ละคนฮู้ผู้ดี แนวเศรษฐีลังกามาเกิด ผู้ประเสริฐโตเจ้าจงนอน ให้เจ้าฟังคำสอนละพุทโธโอวาท ฝูงนักปราชญ์เอิ้นผู้ฟังธรรม รัตนังอุควรคำมาก เหตุยุ่งยากนอนแล้วบ่หนี สวัสดีนอนหลับคนตื่น คันบวชเข้าในศาสนา เป็นบุญญาถมคุณพ่อแม่ พ่อแม่เฒ่าให้เลี้ยงรักษา ยามเพิ่นมรณาทำบุญส่งให้ ลูกจึงได้ซื่อว่าคนดี เอ่อ เอ้อ เออ เอ้อ เอ่อ เออ... อื้อ อือ อือม์
             นอนสาเด้อหล่าหลับตาแม้สิกล่อม แม่สิไปเข็นฝ้ายเดือนหงายเว้าผู้บ่าว แม่สิเอาพ่อน้ามาเลี้ยงให้ใหญ่สูง แนวโตเป็นกำพร้าอนาถาบ่มีพ่อ ทุกข์แท้น้อลูกแก้วแนวเจ้าพ่อบ่มี พ่อตายแล้วซิ่นแม่ขาดคาขา พ่อตายแล้วนาก็ขาดเข้าบ่มีเสาสิค้ำขื่อแม่เด้ ความทุกข์มาสู่มื้อลุงป้าบ่ว่าดี ตั้งแต่ก่อนก่อนกี้ตั้งแต่พ่อเจ้ายังมี ไผก็ดีปานหยังหมู่ฝูงลุงป้า อาว์อาพร้อมถนอมดีเกื้อกล่อม พ่อบ่มีเพิ่นบ่เว้าลุงป้าบ่ว่าหลาน
              พริกกะอยู่เฮือนเหนือ เกลือกะอยู่เฮือนใต้ หัวสิงไคอยู่บ้านเผิ่น ขึ้นเฮือนลุงเพิ่นก็เว้า ขึ้นเฮือนอาว์เพิ่นก็เว้า ขึ้นเฮือนย่ากะบ่ได้กลัวย่านแต่แก่มกิน นอนสาหล่านอนอู่สายปอ นอนกะทอ ยาฮ้างสงนางบ่มีพ่อ เชือกอู่ขาดฮ้อยต่อบ่ติดกัน แม่นไผน้อสิมาฝั้นเลนปอเป็นเชือกอู่ ลูกแม่เอย นอนสาหล่าหลับตาแม่สิกล่อม นอนอู่ฝ้ายป้ายใส่อู่ไหม นางสายใจนอนสาเจ้าอย่าตื่น ฮอดมื้ออื่นยามเซ้าแม่สิไป แม่สิไปหาไม้หลัวฟืนคั่นมาผ่า เพราะแม่เป็นแม่ฮ้างผัวสิเลี้ยง... แม่นบ่มี ผัวซิซ้อน แม่นบ่มี... เอ้ย.... นอ

20
พูดคุยทั่วไป / คุณมาได้อย่างไร
« เมื่อ: สิงหาคม 05, 2011, 01:25:38 AM »
วันเกิดลูกเกือบคล้ายวันตายของแม่



 a0105 a0105 a0105 a0105 a0105

21
พูดคุยทั่วไป / กำเนิดโปงลาง
« เมื่อ: สิงหาคม 01, 2011, 09:49:38 PM »
กำเนิดโปงลาง

 

  โปงลาง เป็นเครื่องดนตรีที่พัฒนามาจาก "เกราะลอ" หรือ ขอลอ คำว่า "โปงลาง" นี้ ใช้เรียกดนตรีชนิดหนึ่ง ที่มีการเล่นแพร่หลายทางภาคอีสานตอนกลางและตอนเหนือ ความหมายของโปงลางนั้นมาจากคำ ๒ คำ คือ คำว่า "โปง" และ "ลาง" โปง เป็นสิ่งที่ใช้ตีบอกเหตุ เช่น ตีในยามวิกาลแสดงว่ามีเหตุร้าย ตีตอนเช้าก่อนพระบิณฑบาตให้ญาติโยมเตรียมตัวตักบาตร ตีเวลาเย็นเพื่อประโยชน์ให้คนหลงป่ากลับมาถูก เพราะเสียงโปงลางจะดังกังวาลไปไกล (สมัยก่อนใช้ตีในวัด) ส่วนคำว่า ลาง นั้น หมายถึง ลางดี ลางร้าย โปงลางนั้นก่อนที่จะเรียกว่า โปงลาง มีชื่อเรียกว่า "เกราะลอ" ซึ่ง เกราะลอ มีประวัติโดยย่อคือ ท้าวพรหมโคตร ซึ่งเคยอยู่ประเทศลาวมาก่อนเป็นผู้ที่คิดทำเกราะลอขึ้น โดยเลียนแบบ "เกราะ" ที่ใช้ตีตามหมู่บ้านในสมัยนั้น เกราะลอทำด้วยไม้หมากเลื่อม (ไม้เนื้ออ่อน สีขาว มีเสียงกังวาล ) ใช้เถาวัลย์มัดร้อยเรียงกัน ใช้ตีไล่ฝูงนก กา ที่มากินข้าวในไร่ ในนา เนื่องจากเกราะลอใช้สำหรับตีไล่ ฝูงนก กา ที่มากินข้าวในไร่นา ดังนั้น จึงมีเกราะลออยู่ในทุกโรงนา (อีสานเรียกว่า เถียงนา) เมื่อเสร็จจากภาระกิจในนาแล้ว ชาวนาจะพักผ่อนในโรงนาและใช้เกราะลอเป็นเครื่องตี เพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ โดยเกราะลอนี้จะตีนอกหมู่บ้านเท่านั้น เพราะมีความเชื่อว่า ถ้าตีในหมู่บ้านจะเกิดเหตุการไม่ดี เช่น ฟ้าฝนจะไม่ตกต้องตามฤดูกาล เป็นต้น การเรียนการตีเกราะลอในสมัยก่อน เป็นการเลียนแบบ คือเป็นการเรียนที่ต้องอาศัยการจำโดยการจำทำนองของแต่ละลาย เกราะลอที่มี 9 ลูกนี้จะเล่นได้ 2 ลายคือ ลายอ่านหนังสือใหญ่ และลายสุดสะแนน เช่นเดียวกับลายแคนและลายพิณ ดังนั้นเมื่อนำมาเล่นผสมผสานกันจึงได้อรรถรสยิ่งนัก โปงลาง มีลักษณะวิธีการบรรเลงคล้ายกับระนาดเอก คือนำท่อนไม้ หรือกระบอกไม้มาร้อยติดกันเป็นผืน และใช้ไม้ตีเป็นทำนองเพลง แขวนตี กับเสาบ้าง ขึงบนรางบ้าง หรือบางทีก็ผูกติดกับตัวผู้บรรเลง เครื่องดนตรีชนิดนี้พบทั่วไปในหลายประเทศ สำหรับในประเทศไทยพบในแถบภาคอีสาน และเรียกเครื่องดนตรีนี้หลายชื่อด้วยกัน เช่นเรียกว่า หมากกลิ้งกล่อม หมากขอลอ หรือหมากโปงลาง เป็นต้น ที่ได้ชื่อว่า หมากขอลอ เพราะเวลาเคาะแต่ละลูกมีเสียงดังกังวานคล้าย ขอลอ (หมายถึง เกราะ ในภาษาอีสาน)
  ในปัจจุบัน โปงลางนอกจากจะใช้บรรเลงตามลำพังแล้ว ยังนิยมบรรเลงรวมวงกับเครื่องดนตรีอื่นๆ เช่น พิณ แคน โหวด กลอง ประกอบการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน รวมทั้งการแสดงร่วมกับเครื่องดนตรีสากล อีกด้วย




ที่มา: http://std.kku.ac.th/4632200551/pong1.html

22
กัณฑ์หิมพานต์ ๑๓๔ พระคาถา
ป่าที่มีหิมะปกคลุม (อากาศหนาวเย็น  บริเวณเทือกเขาหิมาลัย)




ความย่อ

       สมเด็จพระนางผุสดี อัครมเหสีของสมเด็จพระอมรินทราธิราช จุติจากสวรรค์ลงมาปฏิสนธิเป็นราชธิดาของพระเจ้ามัทราช ครั้นเจริญพระชนมายุครบ ๑๖ พรรษา  ก็ได้อภิเษกเป็นอัครมเหสีของพระเจ้ากรุงสญชัย กาลานุกาลได้ผ่านมาโดยลำดับ  พระนางทรงตั้งครรภ์ เมื่อถ้วนทศมาส (๑๐ เดือน) ได้เสด็จประพาสพระนคร และประสูติจากพระราชโอรสที่ตรอกพ่อค้า พระประยูรญาติจึงถวายพระนามว่า “เวสสันดร“ พอประสูติจากครรภ์ก็ทูลขอเงินพระมารดาเพื่อบริจาคทานทันที  ในวันเดียวกันนี้มีนางช้างชาติฉัททันต์เชือกหนึ่ง นำลูกมาไว้ในโรงช้างต้นแล้วตนเองกลับไปสู่ป่าดังเดิม     ลูกช้างนั้นเป็นช้างเผือกขาวบริสุทธิ์ ประชาชนให้ชื่อว่า “ปัจจัยนาเคนทร์“

        ครั้นพระเวสสันดรพระชนมายุได้ ๑๖ พรรษา พระราชบิดาก็ทรงมอบราชสมบัติ ให้และอภิเษกกับพระนางมัทรีราชธิดาแห่งมาตุลราชวงศ์  เมื่อพระเวสสันดรได้ครอง กรุงสีพี และได้สร้างศาลาสำหรับบริจาคทานแก่ยาจกคนเข็ญใจทุกถ้วนหน้าขึ้นถึง ๖ แห่ง  ต่อมาพระนางมัทรีประสูติพระราชโอรสทรงพระนามว่า “ชาลี“ และราชธิดาทรงพระนาม ว่า “กัณหา“        

        ครั้งนั้น เมืองกลิงคราษฎร์เกิดข้าวยากหมากแพง  ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล  ทำให้ภูมิภาคแห้งแล้งโดยตลอดไป  แม้พระเจ้ากลิงคราษฎร์จะทรงรักษาอุโบสถศีลครบกำหนด ๗ วันแล้วก็ตาม   ก็ยังหามีฝนตกลงมาไม่   ประชาชนกราบทูลให้มาขอพระราชทานช้างปัจจัยนาเคนทร์ต่อพระเวสสันดร อันเป็นช้างแก้วมหามงคลเลิศแม้จะขับขี่ไปในทางทิศใดก็ทำให้ฝนตกทั่วประเทศ พระเจ้ากลิงคราษฎร์มีพระราชดำริเห็นชอบด้วยประชามติ  จึงแต่งพราหมณ์ ๘ คน ให้มาทูลขอ พระเวสสันดรก็พระราชทานให้ แต่ประชาชนชาวพระนครสีพีไม่ยอม ถือว่าปัจจัยนาเคนทร์เป็นช้างคู่บ้านคู่เมือง ควรจะรักษาไว้สำหรับพระนคร  ประชาชนโกรธเคืองพระเวสสันดรมาก จึงทูลให้พระเจ้ากรุงสญชัยเนรเทศจากพระนคร  โดยให้มีนักการมาทูลความตามเสียงเรียกร้องของมติมหาชน  ให้พระเวสสันดรทรงทราบ นักการทูลแนะนำให้เสด็จไปประทับ ณ เขาวงกต พระองค์ ขอผัดไปอีก ๒ วัน เพื่อจะได้บำเพ็ญสัตตสดกมหาทาน (คือ ทานหมวดละเจ็ดร้อย) เสียก่อน แล้วพระราชทานโอวาทแก่พระนางมัทรีว่าให้หมั่นบริจาคทาน ให้บำรุงรักษาโอรสธิดา ให้อยู่ปฏิบัติพระราชบิดามารดา และทรงอนุญาตให้อภิเษกกับกษัตริย์อื่นได้ แต่พระนางมัทรีไม่ยินยอม ขอพาพระโอรสธิดาโดยเสด็จด้วย แต่ได้ทูลพรรณนาถึงความงามและความสนุกสนานในป่าหิมพานต์อันเป็นทางที่พระราชสามีจะเสด็จไปโดยพิสดาร


ข้อคิดประจำกัณฑ์

        ๑.  คนดีเกิดมา  ยังโลกาให้ร่มเย็น  
        ๒.  หากปราศจากการเสียสละแล้ว  โลกคงถึงกาลพินาศ  
        ๓. การทำดีย่อมมีอุปสรรค  มารไม่มี  บารมีไม่มา  มารยิ่งมีบารมียิ่งแก่กล้า อุปสรรคปัญหาเป็นที่มาแห่งความสำเร็จ  
        ๔.  เป้าหมายของการเสียสละ  อยู่ที่พระโพธิญาณมิหวั่นไหว  แม้จะได้รับทุกข์    

        ผู้บูชากัณฑ์หิมพานต์  ย่อมได้สิ่งปรารถนาทุกประการ  ครั้นตายแล้วได้ไปบังเกิด  ในสุคติโลกสวรรค์เสวยสมบัติอันโอฬาร  มีบริวารแวดล้อมบำรุงบำเรออยู่เป็นนิตย์  จุติจากสวรรค์แล้ว   จะลงมาเกิดในตระ---ลขัตติยะมหาศาลหรือตระ---ลพราหมณ์มหาศาล  อันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์ศฤงคารบริวารมากมายนานาประการ  เช่น โค กระบือ ช้าง ม้า รถ ยานพาหนะ จะนับจะประมาณมิได้ ประกอบด้วย  สุขกายสบายใจ  ทุกอิริยาบถ    

        กัณฑ์หิมพานต์ ๑๓๔ คาถา บรรเลงเพลง  “ตวงพระธาตุ“  ประกอบกิริยาอวยทานมุ่งประกอบกิริยาที่พระเวสสันดรทรงบริจาคทาน


a080 a080 a080 a080 a080 a080 a080

        ที่มา : สูจิบัตร "เทศน์มหาชาติมหากุศล ฉลอง ๔๖ ปี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย"

23

เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ พระธิดาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สิ้นพระชนม์แล้ว พระชันษา 85 พรรษา

     เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาของวันนี้ (2 กรกฎาคม) ทางสำนักพระราชวังได้ออกประกาศแจ้งว่า สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ได้สิ้นพระชนม์แล้วด้วยพระอาการติดเชื้อในพระกระแสโลหิต เมื่อเวลา 16.37 น. ของวันที่ 27 กรกฎาคม ณ โรงพยาบาลศิริราช รวมพระชันษา 85 พรรษา


โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐาน พระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวายมีกำหนด 100 วัน ตั้งแต่วันสิ้นพระชนม์เป็นต้นไป

          อนึ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์ ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 13 นาฬิกา ถึงเวลา 16 นาฬิกา วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม 2554

           ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ประสูติเมื่อวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2468 ณ พระที่นั่งเทพสถานพิลาส ในหมู่พระมหามณเฑียร พระบรมมหาราชวัง ทรงเป็นพระราชธิดาองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 กับพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ก่อนที่สมเด็จพระบรมชนกนาถจะเสด็จสวรรคตในอีกหนึ่งวันต่อมา




ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/61224

24
ติดต่อสอบถามทีมงาน / เข้าห้องแซทบ่ได้จ้า
« เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2011, 07:25:55 PM »
เนื่องจากว่าถืกดีดออกมาแล้ว พอเข้ามัยหล่ะบ่ได้จ้า

25
พูดคุยทั่วไป / ฟังลำล่องก่อนนอนเด้อจ้าาา
« เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2011, 11:28:15 PM »
ลำล่อง...สองตายายกับหลานน้อย



26
ฮักอีหลีหรือฮักเล่น - เอกพล มนต์ตระการ

http://www.4shared.com/embed/471071148/44526fc5

เนื้อเพลง ฮักอีหลีหรือฮักเล่น - เอกพล มนต์ตระการ

...อ้ายหนุ่มอุบล เหงาเหลือทนสาวบ่แนมเบิ่ง
ย้อนว่าบุญอ้ายบ่เถิ่ง พอให้ได้มีคู่คือเขา
สำเนียงภาษา ก็แปลกไปจากหมู่ยามเว้า
ด.เด็ก ด.เดือ ต่างเขา สาวใด๋ฟังฟ้าวหันหลังใส่
แสนดีใจเหลือ เมื่อเจ้ามาอาสาเคียงข้าง
บอกสิมาสอยล้าง ลบความเหงาที่มีทิ้งไป
เว้าจริงบ่น้อ หรือเพียงล่อให้อ้ายดีใจ
สาธุแม้คนใค อย่าตั๋วอ้ายเถาะเด้อคนดี
...ฮักอีหลี หรือว่าแค่มาล่อเล่น
ตั๋วให้ฮักแล้วบ่เห็น ถิ่มอ้ายไปหายมิดซีลี
หากน้องจริงใจ คือปากเว้ากะคงสิดี
ย้อนว่าอ้ายคนนี้ เกิดมาหลายปีบ่เคยมีไผ
ให้น้องหลูโตน คนอุบลแหน่เด้อน้องหล่า
ย้อนทางวาสนา อ้ายเกิดมาผลาบ่หลาย
บอกฮักอ้ายแล้ว ให้ฮักจริงอย่าทิ้งอ้ายไป
อย่าให้อ้ายต้องเสียใจ นอนน้ำตาไหลลงสองตา ลิด ลิด
...ฮักอีหลี หรือว่าแค่มาล่อเล่น
ตั๋วให้ฮักแล้วบ่เห็น ถิ่มอ้ายไปหายมิดซีลี
หากน้องจริงใจ คือปากเว้ากะคงสิดี
ย้อนว่าอ้ายคนนี้ เกิดมาหลายปีบ่เคยมีไผ
ให้น้องหลูโตน คนอุบลแหน่เด้อน้องหล่า
ย้อนทางวาสนา อ้ายเกิดมาผลาบ่หลาย
บอกฮักอ้ายแล้ว ให้ฮักจริงอย่าทิ้งอ้ายไป
อย่าให้อ้ายต้องเสียใจ นอนน้ำตาไหลลงสองตา ลิด ลิด


27
พูดคุยทั่วไป / ถึงดีเจทุกท่านค่ะ
« เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2011, 10:32:25 PM »
ดีเจท่านได๋ที่ขึ้นจัดรายการกะกรุณาขึ้นชื่อด้วยเด้อค่ะ หรือว่าจัดแทน - จัดถ่า ดีเจท่านอื่นกรุณาระบุบอกด้วยค่ะ

อันนี่จักแม่นหยังเฮ็ดให้คนอื่นสับสนว่าเป็น Auto DJ กะเลยเฮ็ดให้ดีดคนที่จัดรายการอยู่

สุดท้ายกะขอย้ำเลยเด้อค่ะว่ากรุณาขึ้นชื่อด้วนค่ะเพื่อความตัดความสับสนค่ะ

และกะสำหรับคนที่บ่แม่นดีเจในตารางจัดรายการกรุณาอย่าได้มาก่อกวนดีเจในช่วงค่ะ ถ้าจะจัดกะกรุณาระบุบอกไว้นำค่ะ

มันกะเลยเฮ็ดให้พุที่รับฟังเกิดความรำคาญย้อนเสียงขาด ๆ หาย ๆ ดีเจแย่งกันขึ้นกันซีนกันคัก ค่ะ ขอบคุณค่ะ


 a066 a066 a066 a066 a066 a066

28
เห็ฯกะเลยเอามาฝากจร้าาา



29
ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ทำบุญในวันอาสาฬหบูชา

๑๕  กรกฎาคม ๒๕๕๔

ณ วัดธรรมมงคล ถนนสุขุมวิท ๑๐๑ ซอยปุณณวิถี ๒๐ แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ

กำหนดการ

          ๐๗.๐๐ น. ทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร พระภิกษุ สามเณร ณ ศาลา ๘๔ ปี

            ๐๙.๐๐ น. เจริญบทพระพุทธมนต์ “บทพระปริตร” ณ อุโบสถ ชั้นล่าง

            ๑๕.๐๐ น. ฟังพระธรรมเทศนา

            ๑๘.๐๐ น. เจริญบทพระพุทธมนต์ “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร”

            ๑๙.๓๐ น. ร่วมพิธีเวียนเทียน ณ อุโบสถ และ พระมหาเจดีย์ฯ

30
เชิญเที่ยวอีสาน - เอกพล มนต์ตระการ


http://www.4shared.com/embed/644135340/af2d169

32
เอามาฝากเ้ดอค่ะ อิอิ ฉากลำค่ะ

 a085 a085 a085




33
อยากฮักแต่ใจบ่กล้า - ขวัญชัย มะแสน


http://www.4shared.com/embed/582685417/8b89bb13

34
6 มีนาคม  2554  หนึ่งในสยาม  แสดงที่   วัดสว่างภูมิดล  อ. สว่างแดนดิน  จ. สกลนคร

เอามาลงช้าแหน่เด้อ เพราะว่าหัวแต่ได้รูปมา







35
วันที่ 22 มีนาคม 2554 แก่นครบันเทิงศิลป์ หน้าที่ว่าการอำเภอเซกา งานฉลองจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดที่ 77


36
ไปงานนี่จักแม่นบ่ส่วง เขาพากลับก่อน งึดหลาย อิอิ

กะเลยบ่มีช่วงลำมาเ้ดอค่ะ

 thank2s thank2s thank2s thank2s


37
อ้ายบ่าววีข๋าาาาาา  อยากเข้าไปมั่วในห้องแซทแล้วจ้า ห้องแซทหาย ขอห้องแซทแหน่ อิอิ



 a088 a088 a088 a085 a085

38
เอาอันแรกไปก่อนเด้อค่ะ พอหอมปากหอมคอ

 a085 a085 a085


39
พูดคุยทั่วไป / คนอิสาน - หนึ่ง สุรชาติ
« เมื่อ: มกราคม 04, 2011, 01:07:31 PM »
http://www.4shared.com/embed/470525608/94493e64

 คนอิสาน - หนึ่ง สุรชาติ รัตนศิลป์

40
พูดคุยทั่วไป / HAPPY NEW YEAR 2011
« เมื่อ: ธันวาคม 23, 2010, 10:12:11 PM »

ปีใหม่นี่ขอให้ทุก ๆ คน มีความสุกหลายๆ เด้อจ้าาาาา

 a085 a085 a085

41
พูดคุยทั่วไป / ตายายกับหลานน้อย
« เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2010, 06:00:42 PM »
http://www.4shared.com/embed/127004640/ab9fa341

เพลง : ตายายกับหลานน้อย
ศิลปิน : ศิริพร อำไพพงษ์
ชุด 9 ตัวจริงประจำใจ

เนื้อเพลง :
สองเฒ่ายายตา อาชีพเฮ็ดนา
อยู่ที่บ้านนอก ก้มหน้าเฮ็ดงานง๊อกง๊อก
ลูกชายลูกสาวบ่อยู่ เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย
ปลูกผักขายจับปลาหาปู กะพอได้กินได้อยู่
กัดฟันสู้ประสาผู้เฒ่า นั่งกอดหัวเข่า
คอยท่าฟังข่าว ลูกมายามบ้าน
ปีใหม่หรือว่าสงกรานต์ กะเห็นแต่ความว่างเปล่า
จนมาปีนี้ กะได้ของฟรี
ผลงานหมู่เจ้า หอบลูกมาให้แม่เฝ้า
แล้วลูกหนุ่มสาว ก็หนีเข้ากรุง
ตาบ่เห็นหุ่ง กะงมหาเลี้ยงหลานน้อย
รับจ้างหาเฮ็ดงานต้อยต้อย หาเงินมาคอยพยุง
เสื้อผ้าค่านม ของเล่นขนม ใช้ตังค์นังนุง
พ่อแม่หลานที่เมืองกรุง ส่งข่าวงานยุ่งบ่มีเวลา
สองเฒ่ายายตา ฝากคนโทรหา เอิ้นลูกมาบ้าน
ปีใหม่หรือว่าสงกรานต์ ให้พากันหวนคืนบ้านนา
บ่ห่วงแม่พ่อ ก็ขอให้ห่วงลูก
แหน่เด้อหล้า เจ็บหลายยามไทบ้านว่า
หลานเป็นกำพร้า...พ่อแม่มันลืม
ตาบ่เห็นหุ่ง กะงมหาเลี้ยงหลานน้อย
รับจ้างหาเฮ็ดงานต้อยต้อย หาเงินมาคอยพยุง
เสื้อผ้าค่านม ของเล่นขนม ใช้ตังค์นังนุง
พ่อแม่หลานที่เมืองกรุง ส่งข่าวงานยุ่งบ่มีเวลา
สองเฒ่ายายตา ฝากคนโทรหา เอิ้นลูกมาบ้าน
ปีใหม่หรือว่าสงกรานต์ ให้พากันหวนคืนบ้านนา
บ่ห่วงแม่พ่อ ก็ขอให้ห่วงลูก แหน่เด้อหล้า
เจ็บหลายยามไทบ้านว่า หลานเป็นกำพร้า...พ่อแม่มันลืม

42
อดใจรอเด้อค่ะ มาบอกข่าวชือ ๆ ค่ะ

 a013 a059 a056 a046 a045

43
http://www.4shared.com/embed/182423713/f15d7629

ผัวเขา...แต่เป็นผู้บ่าวข้อย
 เมียบ่อยู่หนูกะจอบหลอย
สบตากับผัว...เพิ่น
 แกล้งหยิกแกล้งหยอก
บอกฮักแล้วอ้ายกะเขิน
ช่างน่ารักชะเหลือเกิน
ห้ามใจเอาไว้...บ่อยู่...
ยามว่างตอนเมียอ้ายบ่อยู่บ้าน
ส่งสายตามาประสาน
ซาบซ่านไปถึงหัวใจ...
อยากให้อ้ายฮู้
ว่าน้องนั่นคึดจังใด๋
ใจมันฮ้นพอปานไฟ
ส่วนลึกในในฮักอ้ายอีหลี...
อ้ายหล่อขนาด
อาดหลาดสมาร์ทเป็นแมน
ขอยืมควงแขน
จักคราวได้บ่คุณพี่
บ่เป็นหยังดอก
แม่นว่าเมียอ้ายสิมี
ฮักอ้ายอีหลี
น้องนี้สิขอ...เป็นรอง...
ผัวเขา...ขอมาเป็นผู้บ่าวได้บ่
เมียอ้ายมาพ้อ
น้องกะสิขอ...เป็นรอง
ส่อยกันเฮ็ดสรัาง
ความฮักบ่ให้เศร้าหมอง
อ้ายมีเมียสอง
รับรองคนเขาอิจฉา...
อ้ายหล่อขนาด
อาดหลาดสมาร์ทเป็นแมน
ขอยืมควงแขน
จักคราวได้บ่คุณพี่
บ่เป็นหยังดอก
แม่นว่าเมียอ้ายสิมี
ฮักอ้ายอีหลี
น้องนี้สิขอ...เป็นรอง...
ผัวเขา...ขอมาเป็นผู้บ่าวได้บ่
เมียอ้ายมาพ้อ
น้องกะสิขอ...เป็นรอง
ส่อยกันเฮ็ดสรัาง
ความฮักบ่ให้เศร้าหมอง
อ้ายมีเมียสอง
รับรองคนเขาอิจฉา...
อ้ายมีเมียสอง
รับรองคนเขาอิจฉา...

44
 ตุลาคม ปีนี้ อีก 823 ปี ถึงจะมีแบบนี้อีก
ลองมองดูปฏิทินเดือนปัจจุบัน ตุลาคม2553 ของปีนี้ แล้วนับวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ดู จะเห็นว่า มีวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ถึงอย่างละ 5 วัน (ปกติจะพบทีมีวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ครบติดต่อกันแค่ 4วัน ใน1เดือน)

ตามฮวงจุ้ยของคนจีนเรียกเดือนที่มีปรากฏการณ์วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ถึงอย่างละ 5 วัน  ครบใน 1 เดือนนี้ว่า กระเป๋าเงิน โดยเชือว่าถ้าเราบอกกันต่อไป เงินทองก็จะไหลมาเทมาหาเรา

สำหรับโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ที่จะมีวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ อย่างละ 5 วันภายใน 1 เดือนนั้น จะเกิดขึ้นทุกๆ 823 ปี ดังนั้นปี พ.ศ.3376 ถึงจะมีวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ อย่างละ 5 วันภายใน 1 เดือน แบบนี้อีก  ต้องเกิดใหม่อีกหลายชาติจึงจะเจอะอีกครั้ง

45
http://www.4shared.com/embed/77939693/cf794731
 
เพลง :  ฮักผัวเขา
ศิลปิน : ศิริพร อำไพพงษ์
เนื้อเพลง :

วันไหนพี่ว่างๆ แวะมาบ้างหน่อยเป็นไร
ให้เห็นใจคนคอย ผู้ห่วงหาน้ำอ้าย
บ่ขอหลาย เดือนหนึ่งมาเพียงครั้ง
พอมีหวังได้หรือไป่ ถึงบ่เป็นเมียใหญ่
ฉันมีตำแหน่งน้อย กะเมียอ้าย..
แมนดังกันเด้น้อ.. น้อชายเอ้ย..
..เห็นใจฉันบ้าง ว่างไหมสักวัน
ขอเวลาให้ฉัน ให้ฉันบ้างได้ไหม
แวะมาเยี่ยมเยือน ให้เป็นกำลังใจ
อย่าตัดเยื่อใย ไปลับเหมือนไม่กลับมา
..เบิ่งหน้าตา หรือปัญญาของตัว
พ่อทูลหัว จึงไม่ยอมเห็นหน้า
ให้ฉันบ้าง ขอเพียงบางเวลา
หนึ่งเดือนผ่านมา ค้างซักคืนก็ยังดี..
..เป็นหยังพี่ มาปะมาปล่อย
เป็นหยังพี่ มาปะมาปล่อย
ให้น้องคอย จักปานได๋สิพ่อ
ทางอ้ายแวะมา อยากพ่อหน่า
ผัวเพินเลยอุก เลยต้องมาทนทุกข์ ผู้เดียวแลงเซ่า
..รักผัวเขา แสนเศร้าดวงใจ
จะทำยังไง เมื่อมันเป็นไปแล้ว
แอบขโมยเขากินเหมือนแมว
สิ้นวี่แววปลาย่างไม่มาค้างคืน
ดึกดื่นฉันนอนซบเซา ป่านนี้เขาคง กอดเมียกอดลูก
รู้ดีว่าเราทำไม่ถูก แต่ความพันธ์ผูก นั้นมันยังฝังใจ
..มาพอให่ดีใจน้ำแน มาพอให่ดีใจน้ำแน
กายมาแวพอได้ถามได้เอิ้น อย่าเมินหน่าหน่ายหนี
น้องผู้นี่ยังอยู่บ่ทันตาย ถึงบ่มีสิทธิ์หลาย ให้ล่ะมองกันบ้าง..
..วันว่างนั่นมีบ้างไหมพี่ ให้ฉันมีสิทธิ์บ้างเป็นไร
ถึงเป็นน้อย ก็ไม่แปลกใช่ไหม
รักแหละพอใจ เรียกว่าเมียเหมือนกัน
ความสัมพันธ์ ฉันยอมหลวมตัว
ใครว่าชั่วรักผัวชาวบ้าน
ทนอดกลั้น อยู่อย่างทรมาน
ถูกประจาน เมียน้อยก็ยังคอยทน
..หัวใจวุ่นยามนอนว้าเหว่
หัวใจวุ่นยามนอนว้าเหว่
อุกใจเด อุกว่าเพินบ่นอนบ้าน
สิหนีข่างอีกบ่นอ
ได้แต่รอรอรอรอรอ
ได้แต่รอรอแล้วรอเล่า
นอนรอผัวเขา มันแสน..กลุ้ม..

46
ขอเชิญร่วมงานพิธีถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่ พระเทพเจติยาจารย์

และ ขอเชิญร่วมทอดกฐินสามัคคี เพื่อบูรณะพระวิริยะมงคลมหาเจดีย์ฯ

ทอด ณ วัดธรรมมงคล สุขุมวิท ๑๐๑ พระโขนง กรุงเทพมหานคร

ในวันอาทิตย์ ที่ ๒๔ เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑

กำหนดการ

วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓

เวลา ๐๘.๐๐ น. ถึง ๑๑.๐๐ น. พิธีถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จ.เชียงราย

                                  แด่ พระเทพเจติยาจารย์  เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล

เวลา ๑๓.๐๐ น. พระเทพเจติจารย์ รับถวายองค์กฐินสามัคคี ณ อุโบสถ วัดธรรมมงคล พระสงฆ์อนุโมทนา เป็นเสร็จพิธี

เวลา ๑๖.๐๐ น. ขอเชิญสวดพระปริตรเสริมมงคลชีวิตให้แก่ตนเอง ณ สถาบันพลังจิตตานุภาพ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-332-4145 สำนักงานเลขานุการวัดธรรมมงคล (08.00-17.00 น.)

ติดต่อเป็นเจ้าภาพโรงทาน-เจ้าภาพถวายผ้าไตร ได้ที่ โทร.02-311-3903 สถาบันพลังจิตตานุภาพ

48
บอร์ดแนะนำตัว / ซาหยงเอ๋อ สวัสดีจ้า ค่ะ
« เมื่อ: มิถุนายน 09, 2010, 04:00:30 AM »
มาแต่โดนแล่วหล่ะมัวแต่มักมวนมั่วหน้าบอร์ดยุกะเลยลืมมาเเนะนำโต

น้องนางน้อยมีนามอยู่แล้วว่า ซาหยงเอ๋อ


อายุบ่หลายดอกฮ่า ประมาณ ๒๓ นี่จ้า

บ้านเกิดนางกะอยู่ เซกา หนองคาย (บึงกาฬ)ค่ะ

แต่มาเรียนอยู่กรุงเทพ เมืองนอนแถวๆๆบางนา

จบที่ราชภัฎสวนสุนันทา  และกำลังเรียน ม.รามคำแหง (จักสิจบบ่อจบดอกเด้อ)

มักเสียงเพลงเสียงแคนเสียงหมอลำตั้งแต่เป็นเด็กน้อยพุ่นหล่ะคร้่ะ

สตริงสากลฟังนำบ่อเป็น ถ้าได้ฟังแล้วเป็นออกฮ้อนหูค่ะ อิอิ

จังใด๋นางขอฝากเนื้อฝากโตแนเด้อฮ่า

สวดดีทุกคนเด้อจ้า


49
ลองเฮ็ดเบิงเด้อคับ

50
หนึ่งในสยาม / คลิปหนึ่งในสยาม ฤดูกาล 2552 - 2553
« เมื่อ: ธันวาคม 12, 2009, 02:06:19 PM »
วันเปิดป้าย เมื่อวันที่  9 ตุลาคม 2552  หนึ่งในสยาม แสดงที่  โรงเรียนชุมแพศึกษา อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น


หน้า: [1] 2