สาววังข่า รุ่งเรืองศิลป์
คณะหนึ่งนครวัฒนศิลป์

ผู้เขียน หัวข้อ: หมอลำสุดยอดศิลปวัฒนธรรมของอีสานจริงหรือ?  (อ่าน 9592 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

« เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2011, 12:28:37 PM »

ออฟไลน์ Organize09

หมอลำ เป็นศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ยึดโยงอยู่กับวิถีชีวิต ชนชาวอีสานมาอย่างยาวนาน 

มีวิวัฒนาการแปรเปลี่ยนไป ตามความเจริญของโลกาภิวัตน์  บ้างก็สูญหายไป  แต่ยังมี ที่หลงเหลือยืนหยัดอยู่ได้อย่างยิ่งใหญ่ 

เป็นที่ภาคภูมิใจของชนชาวอีสาน ก็คือ  หมอลำเรื่องต่อกลอน  ซึ่งในบทความต่อไปนี้จะได้เอื้อนเอ่ยถึง 
เพื่อเป็นการแสดงออกเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกันกับมวลหมู่ ญาติมิตรผู้ชื่นชอบชื่นชมหมอลำเรื่องต่อกลอน 
ผู้ที่รักและหวงแหน ห่วงใยในศิลปวัฒนธรรมอีสาน  ไม่อยากให้เสื่อมและสูญสลายไป  หาแนวทางและปรับจูน
ความคิดของเราทุกคนให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์  ทั้งนี้เพื่อ 

ความคงอยู่อย่างมั่นคงของผู้สืบสานงานศิลป์  (คณะหมอลำ) 
 
เพราะเราทุกคนนี้แหละคือส่วนสำคัญ  ที่จะทำให้สืบสานหรือเสื่อมจนสูญสลายไป  (อันนี้เป็นความเชื่อของผู้เขียนเองครับ)



COMMENT BY FACEBOOK




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 12, 2012, 09:10:09 AM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2011, 12:30:54 PM »

ออฟไลน์ Organize09

- หมอลำเรื่องต่อกลอน กับการรักษาศิลปวัฒนธรรมอีสาน
ในที่นี้  จะไม่กล่าวย้อนกลับไปมากนัก  เพื่อกระชับในการพูดคุย  เอายุคกลางๆของการแปรเปลี่ยนหมอลำเรื่องต่อกลอน  เดิมที  ก่อนการแสดงไม่มีการขับร้องเพลง  ไม่มีหางเครื่อง แต่ด้วยความเจริญของบ้านเมืองและการสื่อสารจึงต้องปรับเปลี่ยนตาม  ตรงการปรับเปลี่ยนนี้แหละเป็นจุดหักเหสำคัญในทางความคิด  ความคิดนับเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง  เพราะ
-ความคิดเป็นสิ่งกำหนดการกระทำ 
-กระทำเพื่อให้เกิดความอยู่รอด
ความอยู่รอดโดยอาศัยศิลปะการแสดง  ที่เราเรียกว่า  หมอลำ
ด้วยความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจ  ความเจริญของบ้านเมือง ความเจริญด้านเทคโนโลยีในยุคนั้น(น้าชาติ)  หมอลำเรื่องต่อกลอนเกิดขึ้นมากมายหลายคณะ จากการแยกตัวออกมาจัดตั้งวงเอง  บางวงนายทุนจัดตั้งโดยรวบรวมสมาชิกจากหลายๆคณะ  จนมีคำกล่าวเชิงเหน็บแนมว่าของแท้ ของเทียมก็ว่ากันไป  ในยุคเปลี่ยนแปลงนี้ มีการนำเอารูปแบบของวงลูกทุ่งมาร่วมใช้ในการแสดงอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน  ตั้งแต่นั้นมา  แต่ความเป็นหมอลำอีสานนั้นต่างจากลูกทุ่งภาคกลางตรงที่
ลำเรื่องต่อกลอนนี้เอง  ในที่สุดหลายปีผ่านไป  วงหมอลำที่หลากหลายต่างก็ค่อยๆเลือนหายไป  บ้างก็หายหรือปิดเฉพาะวงแต่คนที่ก่อตั้งยังอยู่  บ้างก็หายไปพร้อมกับคนที่ก่อตั้ง  แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่ง ที่ยังคงอยู่อย่างยิ่งใหญ่ท้าทายโลกที่เรืองรุ่ง  วัฒนธรรมที่หลากหลาย  เลื่อนไหลอย่างเชี่ยวกราก  คนที่รักและหวงแหนต่างวิพากษ์เพื่อหาทางช่วยกันรักษาไว้อย่างจริงจังและจริงใจ  ไม่ใช่สิ่งไดเลยนอกจากเป้าหมายเดียวกันคือ  รักษาศิลปวัฒนธรรมอีสานให้คงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืนนั่นเอง
ทำอย่างไร จึงจะรักษาอยู่ได้  เป็นโจทย์ใหญ่ที่เราต้องร่วมคิด

-บ้างก็บอกว่า  ต้องรักษารากเหง้าแห่งตนไว้ (ความเป็นหมอลำต้องมากกว่า)
-บ้างก็บอกว่า  ต้องเสาะค้นหาชุดโชว์ให้สุดเริดหรูอลังการ
-บ้างก็บอกว่า  ต้องใช้เทคโนโลยี่ประกอบการแสดงอย่างยิ่งใหญ่
-บ้างก็บอกว่า  ต้องตามใจคนดู (กลุ่มใหน?)
-บ้างก็บอกว่า  ต้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


ซึ่งล้วนแต่เป็นความคิดเห็นที่ดีทั้งนั้น  แต่ดีที่สุดคือ................ต่อไปนี้เรามาแบ่งปันความเห็นด้วยความเป็นเพื่อนมิตรที่ดีต่อกันนะครับ  ขอความกรุณาโพสด้วยความสุภาพ  เริ่มที่หัวข้อ  “หมอลำกับการรักษาศิลปวัฒนธรรมอีสาน  ที่ดีที่สุดในความเห็นของข้าพเจ้า”
ช่วยๆกันแบ่งปันนะครับ  ว่าไปครับพี่น้อง


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 16, 2011, 03:45:01 PM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2011, 03:41:20 PM »

ออฟไลน์ among601/2543

จัดเต็มได้เลยครับพี่น้อง...ข่อยเปิดทางให้เต็มที่ ว่ามาครับผม

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณามาตั้งกระทู้นี้ในห้อง เสียงอิสาน โฮ๊ะ โฮ๊ะ โฮ๊ะ ลางเทื่อความคิดตรงกันข่อยสิได้บ่ต้องนั่งพิมพ์เอง

เดี๋ยวข่อยสิติดหมุดไว้ให้เลย ข่อยละมักคักกระทู้แนวนี้ ถูกใจ กดไลท์ล้านครั้ง

เอ๊า เชิญชวนกุรู Expert ผู้เชี่ยวชาญ ศาสตร์และศิลป์แขนงนี้ทั้งหลายแลกเปลี่ยนทัศนะกันครับ เฮ็ดแนวใด๋กันดี

 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 16, 2011, 03:52:16 PM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2011, 03:50:00 PM »

ออฟไลน์ zzzzz

ฮู้ตะว่ามักหมอลำ 555

« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2011, 03:55:00 PM »

ออฟไลน์ among601/2543

ฮู้ตะว่ามักหมอลำ 555

ทุกวันนี้กะมีแต่ผู้มักนี่หละ มักแต่กะมักหน้าเวที เต้นๆ ม่วนๆ เมาๆ เลิกงาน กะทางไผทางมันถ่อนี้หละสุมื่อ

แต่หายากยิ่งที่จะมีผู้ไปสืบสานศิลปะแขนงนี้ต่อไป ยิ่งนานวันยิ่งหายากมากขึ้นทุกที ที่รักผม



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 16, 2011, 03:57:38 PM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2011, 04:58:35 PM »

69club

  • บุคคลทั่วไป
คำว่า "หมอลำ" มาจากคำ 2 คำมารวมกัน ได้แก่

 "หมอ" หมายถึง ผู้มีความชำนาญ

 และ "ลำ" หมายถึง การบรรยายเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยทำนองอันไพเราะ

ดังนั้น หมอลำ จึงหมายถึง ผู้ที่มีความชำนาญในการบรรยายเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยทำนองเพลง

หมอลำในความคิดปัจจุบัน

มีทั้งการอนุรักษ์ และ ทางพาณิชย์

การนำเสนอ มันเป็นไปตามยุคสมัย

ติดนิดเดียวตรงที่ว่า วงไหน ศิลปินคนไหน

ได้ถ่ายทอดความเป็นอิสาน และแสดงศักยภาพของคำว่า "ผู้อนุรักษ์ สืบสาน" ได้ดีกว่ากัน

ทุกวันนี้ ถ้ามองแต่การอนุรักษณ์ สืบสานอย่างเดียว เป็นไปไม่ได้ เพราะ ทุกวันนี้

หมอลำอยู่ได้ เพราะแฟนเพลง และคนที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะชื่นชอบโดยความเป็นหมอลำ

หรือชื่นชอบในความสนุกสนาน หรือ ได้เผลอมาชอบ เพราะปัจจัย อะไรหลายๆอย่างก็ตาม

"เงิน" ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ หมอลำ ยืนหยัด และยืนอยู่ได้

ถามว่าทำไม ก้เพราะการแสดงหน้าเวที ที่หมอลำ แสดงออกมานี้ล่ะ  เงินทั้งนั้น

ไม่มีเงิน ไม่มีทุน จะรังสรรค์ออกมายังไงให้มันดี  ทุกวันนี้ จะมา  แนว

ถังน้ำมันแดง สี่ถัง แป้นปู  แคนเต้าหนึ่ง ดอกอะโหล สามอันคือสมัยก่อน หายาก

เพราะ มันเป็นไปตามยุคตามสมัย  การเลือกเสพย์ และเลือกชม

มันขึ้นอยู่กับโต๋บุคคล  หมอลำ ทุกวันนี้ เพิ่นมีหน้าที่รังสรรค์ผลงานออกมาให้ดีที่สุด

โดยที่พยายาม บ่ให้ลืม คำว่าหมอลำ  โดยความคิดส่วนโต๋ หมอลำทุกวงทำได้

แต่ว่าสิหน่อย สิหลาย กะว่ากันไปตามเนื้อผ้า

สาวขี้ดื้อ  รายงาน

« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2011, 07:22:55 PM »

ออฟไลน์ NOPPHY PLAYBLACK

  • แฟนลูกทุ่งหมอลำระดับ 7
  • *******
  • กระทู้: 1,867
  • มีอยู่เท่าไร ... ใจเราก็ให้เค้าหมด
แม่นแล้วครับ
ในเมื่อต่างคนต่างมักหมอลำ  รักความเป็นอีสาน
ก็ต้องรักพี่น้อง ชาวอิสานที่รักหมอลำ คือกันครับ 


Like  ล้านครั้ง

« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2011, 12:17:22 AM »

ออฟไลน์ Organize09

ขออนุญาติแลกเปลี่ยนด้วยความเป็นเพื่อนมิตรครับ
“หมอลำกับการรักษาศิลปวัฒนธรรมอีสาน  ที่ดีที่สุดในความเห็นของข้าพเจ้า”
การที่จะรักษาอยู่ได้มีสิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้อง  เท่าที่นึกได้มีดังนี้
1.ใจของผู้บริหาร
2.แนวความคิด
3.การบริหารจัดการ
4.วิสัยทัศน์และการรู้เท่าทันโลกาภิวัตน์
5.ทุนทรัพย์
1.ใจของผู้บริหาร
คงต้องยึดมั่นถือมั่น มีแนวทางที่มั่นคง รักและหวงแหนมรดกทางวัฒนธรรมที่ตกทอดมา  หรือถ้าเป็นคนที่เข้ามาในฐานะผู้รักหรือนักลงทุน  ก็ต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ในคุณค่าความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น  อย่าเข้ามาเพียงมุ่งหวังกอบโกย  ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น  ก็คงไม่ใช่ตั้งแต่การเริ่มต้นแล้ว
2.แนวความคิด
   ผู้บริหารต้องรู้และเข้าใจในความเป็นศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างถ่องแท้  ลึกซึ้ง  และรักษาไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์อย่างจริงจัง  ไม่ให้ถูกครอบงำจนหมดซึ่งความเป็นอัตลักษณ์แห่งตน 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2011, 07:31:33 AM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2011, 12:20:16 AM »

ออฟไลน์ Organize09

3.การบริหารจัดการ
   ผู้บริหาร ต้องเป็นนักบริหารจัดการที่ดี มืออาชีพ รู้เท่าทันต่อการดำเนินงานในทุกด้าน  ทั้งด้านระบบการทำงาน  ด้านทุนทรัพย์  รายได้-ค่าใช้จ่าย  เครื่องมืออุปกรณ์  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านบุคคลากร  ต้องสร้างความเข้าใจให้ทุกคนรักและเข้าใจในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม ที่ทุกคนจะมาอาศัยหาเลี้ยงชีพ     
   ผู้บริหาร  ต้องบริหารจัดการสร้างความสมดุลของผู้เข้ามาร่วมกิจกรรม(สปอนเซอร์)ไม่ให้เสียความเป็นอัตลักษณ์แห่งตน(หมอลำเรื่องต่อกลอน)  ต้องยืนหยัดแนวทางไว้  เพราะสปอนเซอร์คือผู้อิงแอบร่วมกิจกรรมเพื่อผลทางการประชาสัมพันธ์   ต้องอย่าลืมว่า  ผู้จ้าง  มาจ้างวงนั้นๆเพราะเชื่อมั่นในผลงานของวงนั้นๆ  มิใช่เชื่อมั่นในตัวสปอนเซอร์  ต้องรู้และสำนึกเสมอว่าเจ้านายคือผู้มาจ้าง  มิใช่สปอนเซอร์(ถ้าแรงไปต้องขอโทษนะครับ......)
   ตรงคำว่า  เจ้านายคือผู้มาจ้าง  ในส่วนตรงนี้ ในความเห็นของผม มองว่า  เจ้านายนี้แหละที่เป็นตัวแปรสำคัญ  ที่ทำให้การสืบสานหรือรูปแบบการนำเสนอแปรเปลี่ยนไป 
   เจ้านายที่เป็นชาวบ้าน  เป้าหมายคือ ชื่นชมศิลปวัฒนธรรมอีสานดังที่เป็นอยู่
   เจ้านายที่เป็นบริษัทสปอนเซอร์  เป้าหมายคือ อาศัยชือเสียงวงนั้นๆเพื่อดึงดูดคนมา  เพื่อรับรู้ข้อมูลที่ทางบริษัทต้องการเสนอ  หากจะทำอย่างคอนเสิร์ตลูกทุ่งแบบเดิมๆที่ขนศิลปินมามากมาย  ไม่แน่..จำนวนคนมาดูอาจไม่ถึงครึ่งของผู้มาชมวงนั้นก็ได้
ดังนั้น  ผมมองว่า  ผู้บริหารจึงมีส่วนสำคัญยิ่ง  ต้องรักษาแนวทางและรูปแบบของวงไว้ให้เป็นหมอลำอีสานเพื่อคนอีสาน  ศิลปวัฒนธรรมก็จะยั่งยืนยง

ส่วนอีก  2  ข้อจะมาต่อวันต่อไปเด้อขอรับ  ทั้งหมดที่ว่ามาเป็นความคิดเห็นส่วนตัวตรับกระผม


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 17, 2011, 07:33:03 AM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2011, 09:08:35 PM »

ออฟไลน์ Organize09

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ  ผู้ดูแลบอร์ดที่ช่วยปรับปรุงตัวอักษรเพื่อให้การอ่านที่ง่ายขึ้น ทั้งหมดที่กล่าวในที่นี้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนต่อกันนะครับ  ขอเพิ่มเติมต่อจากเมื่อวานครับ
4.วิสัยทัศน์และการรู้เท่าทันโลกาภิวัตน์
ด้วยความเจริญที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี่  โลกทั้งโลกก็แคบเพียงฝ่ามือ การเรียนรู้ศึกษาอย่างเท่าทันต่อสถานการณ์ที่แปรเปลี่ยน  รับรู้และสะสมข้อมูลไว้อย่างเพียงพอ เท่าที่ศักยะด้านสมองพึงรับได้  หรือหากเป็นนักบริหารที่รู้จักการแสวงหาเพื่อนมิตร ผู้มีความรู้ความสามารถ  เข้ามาช่วยเหลือแบ่งปันการทำงาน เสริมเติมเต็มในส่วนที่ตนขาดหาย  ย่อมทำให้การวิเคราะห์ มองกาลไกลในอนาคตเห็นหนทางที่จะสามารถนำพาองคาพยพของตน  ไปสู่เป้าหมายได้อย่างมั่นใจ  และแน่นอนด้วยความเจริญนี้แหละ  วัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติจากทั่วทุกมุมโลกต่างเลื่อนไหลไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวกง่ายดาย  เราเองเรียนรู้ศึกษานำมาใช้ได้  แต่ต้องรู้จักแยกแยะและประยุกต์ใช้อย่างชาญฉลาดโดยไม่หลงลืมความเป็นอัตลักษณ์แห่งตน 
ผลแห่งความเจริญรุ่งเรือง  สังคมก็แปรเปลี่ยน การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดจึงแข่งขันเข้มข้น  อาชีพใหม่เกิดขึ้นเยอะแยะ  ที่คณะหมอลำพานพบคือ  เอเจนซี่  และออร์กาไนซ์  กิจกรรมกลยุทธ์การตลาด  (Event)  เข้ามามีบทบาทมากขึ้น  แรกเริ่มเอเจนซี่  และออร์กาไนซ์ใช้นักร้องศิลปิน  ดาราและวงดนตรีแบบลูกทุ่งพร้อม Dancer  มาดึงดูดความสนใจ  4  ปีผ่านไป  แต่ละที่มีคนเพียงน้อยนิด  ไม่คุ้มต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งที่ใช้เงินมากกว่า  3  แสนบาทหรือมากกว่า
แต่..หมอลำของอีสานแม้ไม่ใช่วงที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ คนก็มากกว่า  ยิ่งเป็นวงที่มีชื่อเสียงที่ยืนแทบไม่มี  เอเจนซี่และออร์กาไนซ์จึงหันมาให้ความสนใจ  เข้าเกาะติดคณะหมอลำทำการตลาดด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า  เพราะค่าใช้จ่ายถูกมากๆ  กำไรเนื้อๆ  เท่าที่เก็บข้อมูลและรับรู้ได้  เอเจนซี่จ่ายต่อปีดังนี้

วงที่พอมีชื่อเสียงบ้างและมีงาน  100 งานต่อปี  และที่แสดงไม่กระจายทั่วภาคอีสาน  จะได้รับเม็ดเงินสนับสนุนแลกกับการติดต่อสื่อโฆษณา  ประมาณ  80,000 – 100,000  บาทต่อปีเทศกาล  คิดโดยเฉลี่ยเพียง  800-1000  บาทต่องาน 
วงที่มีชื่อเสียง  ปริมาณงานมากกว่า  100  ต่อปีเทศกาล  ได้รับเม็ดเงินสนับสนุนแลกกับการติดสื่อโฆษณาและทำกิจกรรมบนเวทีบ้าง   ประมาณ  150,000-300,000  บาทต่อปี  คิดโดยเฉลี่ยที่  100  งาน ก็ประมาณ  15,000-30,000  บาทต่อครั้ง
จะเห็นได้ว่า  ค่าใช้จ่ายในการทำงานของเอเจนซี่  มีต้นทุนที่ต่ำมากๆ  เพียงหลักหมื่นแต่ได้ปริมาณงานเทียบเท่าการทำงานแบบเดิมๆ  ที่ใช้เงินเป็นหลักแสน  ด้วยเหตุนี้  จึงมีเอเจนซี่  ออร์กาไนซ์  ใช้เม็ดเงินนำเสนอกับหมอลำมากขึ้น  โดยบอกว่า  เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน  ซึ่งตรงนี้แหละอยู่ที่วิสัยทัศน์และการรู้เท่าทันของผู้บริหาร  จะตามทันเล่ห์เหลี่ยมของเขาหรือไม่
สิ่งที่น่าคิดก็คือ  วงเป็นของท่าน
ผลงานเป็นทั้งของท่านและของเขาด้วย  (ไครได้มากกว่า...?)
แต่....ความยั่งยืน  มันขึ้นอยู่ที่เจ้าของวงเป็นหลัก  ไม่ใช่เขา  เพราะเขาเป็นแต่เพียงผู้มาหาผลประโยชน์เพียงชั่วครั้งชั่วคราว  โดยอาศัยศักยภาพของชื่อเสียงของวงเป็นทุน  หากเราเสียซึ่งจุดยืนและลืมความเป็นตัวตน  ลืมว่าตนสร้างชื่อเสียงมาอย่างไร แบบใหน เป็นขวัญใจของคนกลุ่มใด  ยังรัก ศรัทธา เข้าใจ  และให้ความสำคัญกับการแสดงแขนงนี้เหมือนเดิมหรือไม่  หรือเพียงเพื่ออาศัยประกอบอาชีพเพื่อความอยู่รอด  วิสัยทัศน์และการรู้เท่าทัน  เท่านั้นจึงจะช่วยสืบสานศิลปวัฒนธรรมอีสานให้ยืนยง  คงไม่เสื่อมสลายไปดังงาน Event เดิมๆของเขาที่ใช้นักร้องศิลปินและดารา ที่กำลังหดหาย แทบหมดสิ้น


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 19, 2011, 03:01:28 PM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2011, 10:57:12 PM »

ออฟไลน์ Moomee

แล้วการตลาดล่ะ..  

ก็ต้องยอมรับว่าหมอลำเป็นอีกธุรกิจหนึ่งก็ว่าได้ในปัจจุบันนี้
เพราะฉะนั้นการแข่งขันกันทางธุรกิจก็ต้องมีเป็นธรรมดาแล้วรูปแบบของการแข่งขันก็คือ
การปรับปรุงเพื่อที่จะดึงดูดคนดูหรือลูกค้าเพื่อที่จะให้ธุรกิจต่อไปหรือเพื่อให้คณะหมอลำยังอยู่ต่อไป
ผู้สนับสนุนก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยคณะหมอลำถ้าขาดกำไรจากคนดูแล้วไม่มีผู้สนับสนุน
คณะหมอลำจะเอาทุนทรัพย์ที่ไหนมาทำวงต่อ ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็ไปไม่รอดแล้วนั่นแหล่ะ
ที่จะทำให้คณะหมอลำลดน้อยลงไป ในยุคก่อนๆๆถึงคณะหมอลำจะมีโชว์ไม่มีการร้องเพลง
มีแต่ลำอย่างเดียวไม่มีอะไรหรูหราแต่เค้าก็ต้องเก็บเงินจากคนดูหรือจากคนที่มาจ้างเพราะนั่น
คือ อาชีพ และถ้าจะเปรียบกับยุคปัจจุบันนี้ มันก้เหมือนกับสถานการณ์น้ำท่วมตอนนี้
ถึงเราจะป้องกันน้ำด้วยวิธีต่างๆแต่มันก็ยังท่วมอยู่ดี หมอลำก็เหมือนกันถึงอยากจะอนุรักษ์แบบ
ดั้งเดิมไว้แค่ไหนแต่ก็ทัดทานการเปลี่ยนแปลงของโลกทุกวันนี้ไม่ไหว จำเป็นก็ต้องปรับไปตามนั้น
ทุกวันนี้ไม่ถึง 50% ของคนดูที่เป็นคนเฒ่าคนแก่ที่ตั้งใจมาดูหมอลำอย่างเดียว คนส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น
และมากกว่า 70% มาดูเพื่อความสนุกสนาน มาดูโชว์ มาดูนักร้องและผลงานเพลง
ซึ่งอย่างน้อยก็ดีที่ว่าเขาเลือกที่จะมาดูหมอลำ ไม่ทิ้งไปดูของต่างประเทศจนลืมรากเหง้าของตัวเอง
ซึ่งก็เป็นกำลังสำคัญที่ให้ หมอลำยังคงอยู่ต่อไป ถ้าไม่ทำแบบ วงดนตรีลูกทุ่งหมอลำ
กับทุกวันนี้มันก็ยากต่อการอยู่รอดของคนที่ทอาชีพนี้ คนเราทุกวันนี้ต้องใช้เงิน คณะหมอลำก็มีการลงทุน
 ถ้าไม่มีคนดูเค้าก็อยู่ไม่ได้เลิกไปนั่นก็แสดงว่าการเผยแพร่และการอนุรักษ์ที่เป็นรูปธรรมลดลงไปด้วย

อันที่จริงแล้วคณะหมอลำมีหน้าที่หลักคือการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและการอนุรักษ์
เป็นหน้าที่ของพวกเราลูกหลานชาวอีสานทุกคน หัวใจหลักของการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม
ไม่ได้อยู่ที่คณะหมอลำอย่างเดียวแต่อยู่ที่ จิตสำนึก ของคนอิสานด้วย
ว่าเราจะรักษามรดกที่บรรพบุรุษสร้างมาเอาไว้ให้ลูกหลานรุ่นหลังได้ดูหรือปล่อยให้มันเลือนหายไป...



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 19, 2011, 03:05:00 PM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2011, 03:25:32 PM »

ออฟไลน์ among601/2543

ข่อยขอค้านเรื่องเอเจนซี่ของ เสียงอิสาน สปอร์นเซอร์ที่เข้ามา เอ่อ..........

หลงไป มันเป็นความลับบ่บอกดีกว่า เดี๋ยวสิมีประเด็นติดพันอีกหลายอย่าง

แต่ถ้าหมู่เจ้ารู้แล้วหมู่เจ้าสิอ้าปากค้าง

เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าวงการหมอลำบ้านเราจะได้รับการสนับสนุนได้ถึงขนาดนี้ เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็คาดไม่ถึงแน่นอน แม้แต่ข่อยเอง...

สปอร์นเซอร์ของเสียงอิสาน ต่างจาก สปอร์นเซอร์ของหมอลำคณะอื่น จะมาในรูปแบบของการจ้างเหมางานของหมอลำไปแสดงเลย

ไม่ใช่แค่การขอพื้นที่โฆษณาบนเวทีการแสดง และจัดงานอีเวนท์ร่วมในแต่ละงานไปครับพี่น้อง โฮ๊ะ โฮ๊ะ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 19, 2011, 03:54:53 PM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2011, 04:52:36 PM »

ออฟไลน์ Moomee

แล้วมันดีหรือบ่ดีล่ะท่าน ชี้แจงแถลงไขให้ข่อยหายข้องใจแน...

« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2011, 12:55:57 PM »

ออฟไลน์ Organize09

ขอขอบคุณ คุณ moomee-among601-สาวขี้ดื้อ-และทุกท่านที่เข้ามาแบ่งปันสิ่งที่รู้
อยากให้เกิดสิ่งนี้แหละครับ  รวบรวมความคิด  ประสบการณ์ที่พานพบ  การรับรู้ของเราทุกๆคน  ไว้ในกระทู้นี้แล้วค่อยนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์  มันจะต้องเกิดประโยชน์ไม่มากก็น้อย  สิ่งที่ผมโพสท์ลงในนี้ก็เป็นเพียงความคิดความเข้าใจ จากการรับรู้ของผมที่มีเพียงน้อยนิด  เทียบมิได้เลยกับความรู้ประสบการณ์ของผู้รู้ทั้งหลายที่เข้ามาแบ่งปัน  หากเราช่วยกันเติม  ไม่แน่อาจเป็นข้อมูลที่ดีที่สุด  อันจะเป็นประโยชน์ต่อคนที่สนใจทั่วไปที่ต้องการเรียนรู้  มีอะไรที่พอแบ่งปันได้ก็ขอเชิญชวนครับกระผม
-ส่วนหัวข้อที่ค้างไว้เมื่อกลับถึงบ้าน  จึงจะขอร่ายต่อไป  ตอนนี้เชิญท่านทั้งหลายว่าไปก่อนนะครับกระผม

« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มกราคม 23, 2012, 11:03:33 PM »

ออฟไลน์ Organize09

กลับมาเยี่ยม  กระทู้ยังอยู่ก็ดีใจครับ  แม้จะมีคนแสดงความเห็นไม่มากและแทบหยุดเคลื่อนไหว แต่เจ้าของพื้นที่ยังเก็บไว้  ต้องขอชื่นชมด้วยใจจริงครับ  น้อยคนที่เข้ามาแลกเปลี่ยน  แต่ดีใจที่พี่น้องเข้ามาอ่านมากพอควร  ก็เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกันนะครับ  ขอเพิ่มเติมแลกเปลี่ยนต่อดังนี้
-ได้มีโอกาสติดตามดูหมอลำแต่ละคณะแสดงทั้งเล็กและใหญ่ตั้งแต่เริ่มเทศกาล(เปิดวง)  หมดเทศกาลกฐิน  ก็เห็นวิวัฒนาการของแต่ละคณะแตกต่างกันไป  บ้างก็สมบูรณ์มาก  บ้างสมบูรณ์น้อย บางคณะหยุดนิ่งหมดแรงฮึด  สิ่งที่สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดก็คือ เมื่อเริ่มต้นวางแผนการทำงานผิดพลาดอันเนื่องมาจากคาดการณ์  ซึ่งก็ตือการรู้เท่าทันต่อสถาณการณ์อ่านไม่ทะลุ  การแก้ไขย่อมเป็นสิ่งลำบาก  เพราะหากคาดการผิดมาก  การปรับปรุงย่อมมาก  เงินคือปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อการแก้ไขงานนั้นๆ  ผมได้มีโอกาสเก็บข้อมูลเพื่อเรียนรู้ก็พอจะแบ่งปันข้อมูลนี้ต่อเพื่อนมิตรและผู้ไฝ่รู้  ได้เป็นข้อมูลอีกด้านแลกเปลี่ยนต่อกัน  ขอกล่าวเป็นด้านต่างๆดังนี้นะครับ
-ด้านชุดการแต่งกาย  เพื่อการแสดง  วงใหญ่ๆปรับปรุงเพิ่มแทบทุกวง  แต่เห็นมีอยู่หนึ่งวงที่ปรับชุดแต่งกายเพื่อประกอบการแสดงชุดเดียวถึง  3  ครั้ง  ครั้งที่  3  นี้แหละที่ผมเองมองว่าเขาคงหยุดแล้วเพราะว่ามันใช่ในความรู้สึกผมเช่นกัน  คนที่ไปดูนั่งข้างๆผมเขาก็พูดชื่นชมว่านี่แหละใช่เลยทีนี้   อันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น  ด้วยงบประมาณที่มากขึ้น แน่นอนวงใหญ่ทุนหนักทำได้แต่ถ้าวงเล็กหรือทุนไม่หนาก็คงหยุดนิ่งดั่งหลายวง
 -ด้านเทคโนโลยี  แบ่งเป็น
-ระบบเสียง  นับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการสื่อสาร  หลายวงมีความเป็นมาตรฐาน  เป็นที่กล่าวขานชื่นชมของผู้ชม  บางวงมองข้ามไม่ให้ความสำคัญ   แม้จะมีอุปกรณ์มากมายระฟ้าแต่เสียงที่ออกมากลับถูกบ่นด่านินทาอย่างเสียหาย  เทคโนโลยี่ ต้องใช้ผู้รู้และเชี่ยวชาญพอสมควรจึงจะสามารถรังสรรค์งานออกมาได้ดี  เสียงอีสาน  ไม่มีปัญหาเหล่านี้อยู่เลยเท่าที่ติดตาม  อาจจะมีบ้างเป็นเพียงความผิดพลาด  อีกวงที่เห็นการชื่นชมชองผู้ชมทุกที่ทุกครั้งก็คือวงรัตนศิลป์ ของขอนแก่น
-ระบบไฟ  นับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเช่นกัน  หากการใช้งานสอดคล้องกับการใช้เสียงย่อมสะกดอารมณ์ความรู้สึกของผู้ชมได้ดี  เสียงอีสานยังคงความมีระดับอยู่ได้อย่างดี  แต่การใช้ให้สอดคล้องกับเสียงและการนำเสนอนั้น  วงรัตนศิลป์ นับเป็นวงที่ก้าวกระโดดปรับเปลี่ยนนำเทคโนโลยี่มาใช้ได้ดีอย่างน่าศึกษา  การลงทุนคงสูงน่าดู  ที่น่าติดตามต่อก็คืองานจะตามหรือไม่ (ภาษาหมอลำ)
-เวที  ที่นำเทคโนโลยีมาใช้เห็นชัดเจนเลย  เสียงอีสาน  ใช้รถยนต์ทำเป็นเวที  อดีตนักร้องเสียงอีสานคนหนึ่งใช้เวทีแบบโดม  รัตนศิลป์ใช้โครงสร้างเหล็กโค้งมุงเต็นท์
ที่กล่าวนี้เป็นวงที่มีวิวัฒนาการสู่ความทันสมัยอย่างโดดเด่น  มีข้อดีข้อเด่นข้อด้อยต่างกันไป  แต่สิ่งที่น่าคิดคือ  ประโยชน์ที่ได้รับ 
ขอแลกเปลี่ยนเพียงเท่านี้ก่อน  หากมีโอกาสจะเข้าเพื่อแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมครับ  หากกระทู้ยังอยู่  ขอขอบคุณด้วยจิตแห่งไมตรีครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 23, 2012, 11:14:43 PM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มกราคม 23, 2012, 11:12:57 PM »

ออฟไลน์ among601/2543

เอ่อ พี่น้องครับ เว่าได้เต็มที่เลยครับ บ่ต้องใช้ ปุจฉาวิสัชนาดอก จัดเต็มมาโลด

บ่มีไผว่าหยังดอก บอกมาตรงๆ โป้งๆ โลดครับผม จัดหนัก จัดเต็ม จัดพรึบได้เลยพี่น้อง......

ปล. กำลังนั่งทางในพิจารณาว่าสิถอดหมุดออกหรือบ่ คือมิดแท้ เจ้าของกระทู้เสียไปทางใด๋

แล้วกะเหมือนมีอะไรดนใจ ไปกระซิบเจ้าของกระทู้ มาอัพความเคลื่อนไหว ก่อนที่ข่อยสิจัดการเสย...โฮ๊ะ โฮ๊ะ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 23, 2012, 11:17:40 PM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มกราคม 24, 2012, 07:38:00 PM »

ออฟไลน์ chaideaw

  • แฟนลูกทุ่งหมอลำระดับ 4
  • *****
  • กระทู้: 661
  • ผู้บ่าวโรงงานทอผ้าเด้อจ้า
อย่าฟ้าววววถอดเด้ออออ..หมุดหน่ะครับ เอาไว้แบบนี้กะดีคือกัน
พอสิได้ความรู้อยู่ครับ ส่วนตัวแล้วกะบ่เข้าใจคือกันว่า ทำอย่างไร ศิลปะแขนงนี้(หมอลำ)
จะอยู่คู่คนอิสานไปตราบนานเท่านาน เพราะว่า คนดู กับ คนทำ คนรักษา คนสืบทอด นั้น
มันบ่ค่อยมี ที่เหลือก็ไม่เยอะ(เท่าไหร่) บางทีคนที่มีใจรักที่จะสืบทอดศิลปะแขนงนี้ ก็ไม่มี
ทุน มากพอที่จะมาเฮ็ด มาสร้างต่อได้ แต่...ก็ไม่ไปอยู่กับใครๆ เพราะบางที ความคิดอาจ
ไม่ตรงกันกับผู้เป็นทุน(มั๊ง)หมายถึงรุ่นครูบา-อาจารย์ ผู้มีความรู้เกี่ยวกับ"หมอลำ"เด้อครับ
ส่วนเด็กรุ่นใหม่อย่างซุมเฮาเจ้าข่อย บ่ต้องเว้าถึงเลย ส่วนมาก(เด้อ)กะได้แค่ ศึกษา ความเป็น
ไป-มา ของหมอลำเท่านั้น หาผู้ที่จะสืบทอดต่อกันไป ยิ่งหายากไปเรื่อยๆ ดูได้ชื่นชมได้แต่..
มันไม่ใช่หนทางที่จะ เอามาเลี้ยงชีพเจ้าตัวเองได้ กะเลยได้แต่เบิ่งซื่อๆ แต่ไม่ใช่จะไม่มีเลย
(อีกแระ)ยังพอมีคนที่ชื่นชอบ-เรียนรู้ ศิลปะฯหมอลำอยู่ อย่างน้อยๆเราก็ได้ดู-ชม ตามหน้า
เวทีฯหลายๆคณะ ที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ มีวัยรุ่น รุ่นใหม่ๆ ที่คอยสร้างสรรค์ ความม่วนซื่นหน้าเวที
ให้ได้ออนซอนกันอยู่ แล้วเราๆท่านๆ สังเกตุใหมว่าพอ ท่านเหล่านั้นแก่ตัวลง พวกเค้าไป
อยู่ไหน พวกท่านเหล่านั้นลงเวทีไปแล้ว เค้าไปมีอาชีพอะไรที่เลี้ยงชีวิตต่อ??จะมี
สักกี่คน ที่พอเลี้ยงตัวเองให้อยู่ได้อย่างสบายๆ เหมือนนักร้องที่เขามีชื่อเสียงกัน

ไม่อยากพูดถึง การรับโฆษณา แต่ละตัว ของหมอลำแต่ละคณะ เพราะไม่มีความรู้จริงๆเอาเป็นว่า
ขอแสดงความคิดเห็น แค่นี้ก็แล้วกัน คันหมั่นๆ สิมาต่อสู่ฟังอยู่ครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 24, 2012, 07:46:46 PM โดย chaideaw »

« ตอบกลับ #17 เมื่อ: มกราคม 25, 2012, 02:50:19 AM »

ออฟไลน์ Organize09

ขอเพิ่มเติมต่อจากเมื่อวานครับ(23/1/2555)
จากที่กล่าวมานั้น  มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงต่อการที่จะทำให้หมอลำคงอยู่คู่สังคมอีสานได้อย่างไร  ตรงนี้ผมเห็นว่า  ความประทับใจ  ความพึงพอใจ  เป็นปัจจัยที่จะนำไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จนั้น 
ความพึงพอใจ  ความประทับใจ  แบ่งได้ดังนี้
-ความพึงพอใจ  ความประทับใจ  ในผลงาน  รูปแบบการนำเสนอ
-ความพึงพอใจ  ความประทับใจ  ของผู้ว่าจ้าง  ผู้ว่าจ้างมีอยู่สองกลุ่มคือ
กลุ่มชาวบ้าน  กับ กลุ่มงาน Event ผู้ว่าจ้างนี้แหละคือผู้ทรงอิทธิพลต่อกรอบแนวคิดของการสร้างงานเพื่อนำเสนอ (รูปแบบ)  กล่าวคือ
รูปแบบที่ 1
หากผู้บริหารวงวางกรอบแนวคิดเพื่อรับใช้  เจ้าภาพงานบุญ(ชาวบ้าน) เป็นหลัก  รูปแบบก็จะเน้นให้ความสำคัญกับการแสดงเพื่อชาวบ้านโชว์คอนเสิร์ตไม่มาก  โฆษณาผู้สนับสนุนเป็นเพียงส่วนประกอบให้ความสำคัญกับการแสดงหมอลำให้เร็วขึ้นไม่ดึก วงใหญ่ๆ ที่เห็นชัดเจนแนวทางนี้ มีระเบียบกับรัตนศิลป์  มีข้อที่น่าสังเกต วงรัตนศิลป์ ให้ความสำคัญต่อการแสดงหมอลำเริ่มเร็วกว่าทุกวง   เน้นการแสดงถึงสว่างทุกที่  ยกเว้นเจ้าภาพสั่ง มีผู้ชมจำนวนมากทุกที่และอยู่ถึงสว่างจำนวนมาก  ชัดเจนกว่าวงไดๆคือไม่มีการเปิดการแสดงล้อมรั้ว  ภาพจึงออกมาด้านบวกมากกว่า ลบ
รูปแบบที่ 2
-หากผู้บริหารวงวางกรอบแนวคิดเพื่อรับใช้  เจ้าภาพงานบุญ(ชาวบ้าน) แต่แฝงการรับใช้ผู้ให้การสนับสนุน  รูปแบบการแสดงก็จะแทรกกิจกรรมการประชาสัมพันธ์สินค้าบนเวทีมากกว่ารูปแบบที่ 1 โชว์ก็จะเลิกช้าและเริ่มลำดึกกว่า  หกทุ่มครึ่ง ถึงตีหนึ่งเกือบทุกที่  ภาพที่เห็นคือมีผู้ชมลุกทยอยกลับมากกว่าแบบที่หนึ่ง  สิ่งที่ตามมาคือคำพูดด้านลบมากกว่าด้านบวก  หลายที่เท่าที่เก็บข้อมูลพบคือความไม่พึงพอใจ  และเขาใช้คำว่า  “มันมาโฆษณาสินค้า  บ่ได้มาลำ”วงที่มีรูปแบบนี้เด่นชัดก็คือ  ประถม  กับเสียงอีสาน  สิ่งที่พบเห็นคือ  เมื่อกลับไปแสดงในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่เดิม  จำนวนคนน้อยกว่าเดิม  ยิ่งหากเป็นการแสดงล้อมรั้ว  จำนวนคนยิ่งแทบนับจำนวนได้  หากเปรียบเทียบกับรูปแบบที่ 1  แม้กลับไปเล่นบริเวณใกล้เคียงที่เดิมห่างเพียงไม่ถึง  3  กม.คนก็ยังแน่น
-เมื่อนำความพึงพอใจ  ความประทับใจ  ต่อเหตุผลสองประการเบื้องต้นมาพิจารณาก็จะพบว่า
-ผู้ว่าจ้าง  มีส่วนสำคัญต่อการสร้างกรอบแนวคิดของการนำเสนอ
-กรอบแนวคิดของการนำเสนอ  มีส่วนสำคัญ ต่อการสร้างความประทับใจ  ความพึงพอใจ
-ความประทับใจ  ความพึงพอใจ คือส่วนสำคัญยิ่ง ที่จะทำให้ไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จและการดำรงอยู่ของศิลปวัฒนธรรมอีสาน(หมอลำ) 
-หมอลำคือสุดยอดศิลปวัฒนธรรมอีสานจริงหรือ  มาถึง ณ  ที่นี้ทุกท่านก็คงพอที่จะประเมินได้บ้างแล้ว  สำหรับผมเอง  เชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่า
“หมอลำคือสุดยอดศิลปวัฒนธรรมอีสานจริง”ไม่อย่างนั้นเราทุกคนคงไม่มานั่งถกกันอยู่จนทุกวันนี้
ครั้งต่อไปหากมีโอกาสจะมาแลกเปลี่ยนเรื่องบุคลากร ที่จะมาเป็นหมอลำจะหมดไปจริงหรือ
ทั้งหมดไม่ได้มีความคิดอคติไดๆต่อทุกวงที่เอื้อนเอ่ย  ผมสะท้อนอย่างตรงไปตรงมาจากการนำพาน้องๆเพื่อนๆตามเก็บข้อมูลเพื่อศึกษาเรียนรู้ด้วยรักษ์และห่วงใยต่อหมอลำทุกคณะ  หากสิ่งไดไม่เป็นที่ราบรื่นในจิตใจ โปรดได้รับการกราบขอโทษด้วยความจริงใจจากผมด้วยนะครับ

« ตอบกลับ #18 เมื่อ: มกราคม 26, 2012, 07:33:02 PM »

ออฟไลน์ chaideaw

  • แฟนลูกทุ่งหมอลำระดับ 4
  • *****
  • กระทู้: 661
  • ผู้บ่าวโรงงานทอผ้าเด้อจ้า
ตามที่ได้ดูหมอลำมาหลายคณะหลายปีเกือบ20ปีที่ผ่านมาหมอลำมีการพัฒนาขึ้นเยอะมากจนคนดูปรับตามไม่ทันนึกว่า
มาดูหมอลำหรือวงดนตรีลูกทุ่งถ้าย้อนอดีตไปเมื่อ20ปีที่แล้วหมอลำยังอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านไว้อยู่มากแต่ใน
ปัจจุบันจะมีอยู่กี่คณะที่จะยังอนุรักษ์ไว้ผมเคยเคยดูเสียงอิสานเมื่อตอนที่ลูกแพรไหมไทยยังไม่อัดแผ่นตอนนั้น
เปรียบเทียบกับตอนนี้คนละอย่างกันนักแสดงหมอลำปัจจุบันจะมีกี่คนที่ตั้งใจเรี่ยนหมอลำแท้ๆพอมีหน้าตาบุคลิกดี
ก็เป็นหมอลำได้แล้วแค่ร้องกลอนตลาดได้แต่ถ้าเข้าช่วงลำเรื่องต่อกลอนลองฟังคนรุ่นใหม่ลำ(พ่อแม่หมอลำเก่า
พูดให้ฟัง)ยังไม่ผ่านในศาสตร์ในการลำสักเท่าไรคือไม่สามารถถ่ายทอดบทตัวแสดงในเรื่องให้สมบทบาทจะมีก็
ไม่กี่คนขนาดลำทำนองขอนแก่นที่ว่าลำง่ายที่พ่อหมอลำแม่หมอลำที่ผมรู้จักท่านที่ให้ข้อมูลยังบอกว่าหมอลำรุ่น
ใหม่ไม่ค่อยจะอนุรักษ์ของเก่าไว้กลัวจะสูญหายไปตามกาลเวลาลำทำนองสารคามตอนนี้ใกล้แล้วไม่มีคณะไหน
สืบสานต่อลำทำนองกาฬสินธุ์ก็ยังพอมีมั่งพ่อวีระพงษ์วงศิลป์สืบสานอยู่ลำทำนองอุบลนี้ก็แทบจะสูญหายตอนน๊้
ยังมีพ่อป.ฉลาดแต่ไม่มีคนรุ่นใหม่สานต่อหมอลำกลอนตอนนี้หมอลำซิ่งเข้ามาแทนแต่ก็มีรุ่นใหม่สืบสานต่ออยู่
บ้างที่คอมเม้นมานี้เพื่อแสดงความคิดเห็นเด้อพ่อแม่หมอลำรุ่นเก่าเผิ่นห่วงใยย้านหมอลำสูญหายจากไปเคยเว้า
จากับเผิ่นผมกะเลยถ่ายถอดมาสู่พี่น้องไทยเวปวั่นดอกวา

เว้าถูกคักครับ บรมครูหลายๆท่านกะบอกมาแบบนี้หล่ะแต่เพิ่นกะบอกว่า ยุคและ
กาลเวลา มันเปลี่ยนไปพร้อมกับคนรุ่นราวคราวหลังนี้หล่ะว่าซั่นครับ ทำใจ
ถ้าหากภายภาคหน้าสิบ่มีกลอนลำเรื่อง(อิหลี)ยาวๆ มาให่ได้ฟังกัน แม้กระทั่งลำล่อง
ทำนองใด๋..ขอนแก่น...อุบล..กาสินธุ์..ก๋าคาม..กะเกือบสิหมดและ สูญพันธุ์ไปแล้ว
ในยุคนี้ แต่กะยังพอมี มันหั่งยังบ่พอว่าซั่นครับผม
และตอนนี้ที่ผมพึ่งได้รับรู้อีกอย่าง
กะคือลำ"คองก้า"ที่แม่จันทร์เพ็ญ ศิริเทพ เพิ่นลำหน้าเวทีเสียงอิสานในฤดูกาลนี้
เบิ่งแล้ว
ออนซอนหลาย ออนซอนแฮง อิหลี อยากให้มีแบบอย่างที่เป็นแบบนี้ ไปอีกหลายๆคณะ
นำกันแต่กะแค่"คึด กับ อยาก"ครับ เดี๋ยวเขาเจ้าบัดสิว่า"ลอกแบบ" กับ "สอนมวย"กัน
บัดบ่คึดเบิ่งเด้ยามเอาเพลงศิลปินค่ายต่างๆมาฮ้องได้ อนุรักษ์ของแบบนี้บัดเฮ็ดยากว่าซั่น

เป็นแค่ความคิดของผมเด้อ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 27, 2012, 05:08:37 AM โดย chaideaw »

« ตอบกลับ #19 เมื่อ: มกราคม 26, 2012, 08:20:53 PM »

ออฟไลน์ chaideaw

  • แฟนลูกทุ่งหมอลำระดับ 4
  • *****
  • กระทู้: 661
  • ผู้บ่าวโรงงานทอผ้าเด้อจ้า
ขอเพิ่มเติมต่อจากเมื่อวานครับ(23/1/2555)
จากที่กล่าวมานั้น  มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงต่อการที่จะทำให้หมอลำคงอยู่คู่สังคมอีสานได้อย่างไร  ตรงนี้ผมเห็นว่า  ความประทับใจ  ความพึงพอใจ  เป็นปัจจัยที่จะนำไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จนั้น  
ความพึงพอใจ  ความประทับใจ  แบ่งได้ดังนี้
-ความพึงพอใจ  ความประทับใจ  ในผลงาน  รูปแบบการนำเสนอ
-ความพึงพอใจ  ความประทับใจ  ของผู้ว่าจ้าง  ผู้ว่าจ้างมีอยู่สองกลุ่มคือ
กลุ่มชาวบ้าน  กับ กลุ่มงาน Event ผู้ว่าจ้างนี้แหละคือผู้ทรงอิทธิพลต่อกรอบแนวคิดของการสร้างงานเพื่อนำเสนอ (รูปแบบ)  กล่าวคือ
รูปแบบที่ 1
หากผู้บริหารวงวางกรอบแนวคิดเพื่อรับใช้  เจ้าภาพงานบุญ(ชาวบ้าน) เป็นหลัก  รูปแบบก็จะเน้นให้ความสำคัญกับการแสดงเพื่อชาวบ้านโชว์คอนเสิร์ตไม่มาก  โฆษณาผู้สนับสนุนเป็นเพียงส่วนประกอบให้ความสำคัญกับการแสดงหมอลำให้เร็วขึ้นไม่ดึก วงใหญ่ๆ ที่เห็นชัดเจนแนวทางนี้ มีระเบียบกับรัตนศิลป์  มีข้อที่น่าสังเกต วงรัตนศิลป์ ให้ความสำคัญต่อการแสดงหมอลำเริ่มเร็วกว่าทุกวง   เน้นการแสดงถึงสว่างทุกที่  ยกเว้นเจ้าภาพสั่ง มีผู้ชมจำนวนมากทุกที่และอยู่ถึงสว่างจำนวนมาก  ชัดเจนกว่าวงไดๆคือไม่มีการเปิดการแสดงล้อมรั้ว  ภาพจึงออกมาด้านบวกมากกว่า ลบ

รูปแบบที่ 2
-หากผู้บริหารวงวางกรอบแนวคิดเพื่อรับใช้  เจ้าภาพงานบุญ(ชาวบ้าน) แต่แฝงการรับใช้ผู้ให้การสนับสนุน  รูปแบบการแสดงก็จะแทรกกิจกรรมการประชาสัมพันธ์สินค้าบนเวทีมากกว่ารูปแบบที่ 1 โชว์ก็จะเลิกช้าและเริ่มลำดึกกว่า  หกทุ่มครึ่ง ถึงตีหนึ่งเกือบทุกที่  ภาพที่เห็นคือมีผู้ชมลุกทยอยกลับมากกว่าแบบที่หนึ่ง  สิ่งที่ตามมาคือคำพูดด้านลบมากกว่าด้านบวก  หลายที่เท่าที่เก็บข้อมูลพบคือความไม่พึงพอใจ  และเขาใช้คำว่า  “มันมาโฆษณาสินค้า  บ่ได้มาลำ”วงที่มีรูปแบบนี้เด่นชัดก็คือ  ประถม  กับเสียงอีสาน  สิ่งที่พบเห็นคือ  เมื่อกลับไปแสดงในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่เดิม  จำนวนคนน้อยกว่าเดิม  ยิ่งหากเป็นการแสดงล้อมรั้ว  จำนวนคนยิ่งแทบนับจำนวนได้  หากเปรียบเทียบกับรูปแบบที่ 1  แม้กลับไปเล่นบริเวณใกล้เคียงที่เดิมห่างเพียงไม่ถึง  3  กม.คนก็ยังแน่น

-เมื่อนำความพึงพอใจ  ความประทับใจ  ต่อเหตุผลสองประการเบื้องต้นมาพิจารณาก็จะพบว่า
-ผู้ว่าจ้าง  มีส่วนสำคัญต่อการสร้างกรอบแนวคิดของการนำเสนอ
-กรอบแนวคิดของการนำเสนอ  มีส่วนสำคัญ ต่อการสร้างความประทับใจ  ความพึงพอใจ
-ความประทับใจ  ความพึงพอใจ คือส่วนสำคัญยิ่ง ที่จะทำให้ไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จและการดำรงอยู่ของศิลปวัฒนธรรมอีสาน(หมอลำ)  
-หมอลำคือสุดยอดศิลปวัฒนธรรมอีสานจริงหรือ  มาถึง ณ  ที่นี้ทุกท่านก็คงพอที่จะประเมินได้บ้างแล้ว  สำหรับผมเอง  เชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่า
“หมอลำคือสุดยอดศิลปวัฒนธรรมอีสานจริง”ไม่อย่างนั้นเราทุกคนคงไม่มานั่งถกกันอยู่จนทุกวันนี้
ครั้งต่อไปหากมีโอกาสจะมาแลกเปลี่ยนเรื่องบุคลากร ที่จะมาเป็นหมอลำจะหมดไปจริงหรือ
ทั้งหมดไม่ได้มีความคิดอคติไดๆต่อทุกวงที่เอื้อนเอ่ย  ผมสะท้อนอย่างตรงไปตรงมาจากการนำพาน้องๆเพื่อนๆตามเก็บข้อมูลเพื่อศึกษาเรียนรู้ด้วยรักษ์และห่วงใยต่อหมอลำทุกคณะ  หากสิ่งไดไม่เป็นที่ราบรื่นในจิตใจ โปรดได้รับการกราบขอโทษด้วยความจริงใจจากผมด้วยนะครับ

คันสิบอกว่า แบบข้อ1. กับ แบบข้อ2. เอาจำนวนคนเบิ่ง มาเว้ามาว่าผมกะมีข้อสงสัย
มาแย้งคือกัน เดี๋ยวบัดสิว่าคนเบิ่ง-คนนิยม มันแตกต่างกัน มันตอบยากเด้อผมว่า
บ่แม่นมาว่ากลับไปแสดงใกล้หม่องเก่าคนเบิ่งน้อยกว่ากัน ต้องหาคำตอบ
ว่า"งานนั้นงานหยัง งานฟรี หรือบ่"แม่นแหล่วคณะหนึ่งเปิดฟรี คณะหนึ่งเก็บบัตร
ค่าตั๋วเข้าชม ใหญ่organize ว่าคนสิเบิ่งคณะใด๋หลายกว่ากัน คนสิเบิ่งซอดแจ้ง บ่แจ้ง
มันบ่แม่นคำตอบดอก มันหลายๆปัจจัย หลายๆองค์ประกอบ หลายๆเรื่อง หลายที่-ทางนำ
และมันกะเป็นบางหม่องบางที่คือกันดอกสำหรับท่านผู้ชมผู้เบิ่ง บางมื้อกะหลายเติบ
บางมื้อกะหน่อย แทบทุกคณะนั้นหล่ะ ครับผม เพียงแค่ว่า บางคณะได้แสดงนำหมู่บ้าน
บ้านที่เขาเจ้ามาจ้างกะมีโอกาสที่คนสิอยู่เบิ่งหลาย บางคณะเขากะแสดงเฉพาะหม่องที่
เป็นศูนย์รวมที่คนจะเดินทางมาโฮม มาเบิ่งมาดูได้อย่างสะดวก มันกะแตกต่างกันไปเป็น
ธรรมดา ที่คนจะอยู่ซอดแจ้ง กับ บ่แจ้ง หน่อยหลายกว่ากัน บางทีกะงึดอยู่เด้ว่า ระหว่าง
คณะหมอลำที่มีงานเล่นแทบทุกวัน กับ คณะที่รอแต่งานเจ้าภาพ ลูกน้องหมอลำคณะนั้นๆ
มีงานทำ-และไม่ค่อยได้ทำงาน(แสดง) ผู้ใด๋สิมีเงินเดินใช้-จ่าย สะดวกกว่ากันคณะที่ไม่ค่อย
มีงานแล้วลูกวง สิอยู่จั่งใด๋ สิอยู่กินแบบใด๋ จะมีสักกี่คนที่อยู่ได้ด้วยใจรัก มันน่าคึดบ่หล่ะ
คณะใด๋มีงานให้ลูกน้องเฮ็ด-ทำ(แสดง)นั้นตี้หล่ะ เพิ่นจั่งว่าพยายามหามาโลดงานEvent
เอามาเสริมกัน เผื่อลูกวงสิมีงานเฮ็ด แต่ปานนั้นกะยัง พากันลงแตกวึ่นๆอยู่ อันนี้ตี้มันน่า
คึดมากกว่าอีก เพื่อความอยู่รอด และ เพื่อรักษาศิลปะแขนงนี้ให้คงอยู่ ตราบนานแสนนาน
มันกะจำเป็นต้องปรับจูน หางานต่างๆที่ต้องมีมาให้ หมอลำเพิ่นได้ทำการแสดง และการ
ต้องการ มีผู้สนับสนุน(ทุน)อยู่วันยันค่ำ
บ่เผื่อหยังดอกเพื่อการอยู่รอดงัย
เจ้าเคยเบิ่งหมอลำคณะ"อินทรีย์อิสาน"บ่
แสดงอยู่ใสว่าแม่นคนสิเหยียบกันพุ้นตั้วะ
แต่เพิ่นกะอยู่บ่ได้ เพราะอะไร?????ข่อยยังงึด..เหลือแต่เดือนเพ็ญ อำนวยพร นั้นหล่ะ
ที่ราวมาตั้งวงใหม่ กับ ยาอ้าย ชาญชัย จตุรงค์ แล้วอะไรคือการจะยังคงอยู่ได้
กับศิลป์หมอลำ ของชาวอิสานเฮา


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 31, 2012, 06:52:50 AM โดย chaideaw »

« ตอบกลับ #20 เมื่อ: มกราคม 26, 2012, 08:55:08 PM »

ออฟไลน์ among601/2543

ในมุมมองของข่อยใด๋ มีหลายเรื่องด้วยกันยามนี้ ที่ส่งผลกระทบต่อการเป็นอยู่ของหมอลำ

มื่อนี่สิเว่าฮอดเรื่อง วัฒนธรรมการจ้างและวัฒนธรรมการเบิ่งหมอลำ....ซึ่งข่อยมองว่าเป็นเรื่องใหญ่มากยามนี้

วัฒนธรรมการจ้างและการเบิ่งหมอลำบ้านเฮามันเปลี่ยนไป ไม่เหมือนแต่ก่อน

เราจะหวังเฉพาะงานจ้างอย่างเดียวมันบ่ได้คือสมัยก่อนแล้ว ถ้าจะหวังเฉพาะส่วนนี้หมอลำคงสิอยู่บ่รอดทั้งฤดูกาลลำแน่นอน

เอาอย่างนี้ ข่อยขอถาม บ้านเจ้าหรือแถวบ้านเจ้า จ้างหมอลำมาเล่นสุปีบ่ หรือ บ่ได้จ้างหมอลำมางันจั๊กปีแล้ว

ข่อยขอยกโตอย่างแถวบ้านข้อยเอง สมัยก่อน ช่วงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ ในอำเภอเดียวกันแค่ต่างตำบล มีงานแบบ

ต่อกันไล่ไปเลย มีอยู่ปีหนี่งช่วงปีใหม่ วันที่ 30 ธันวาคม บ้านข่อยจ้างเสียงอิสาน 31 ธันวาคม บ้านติดกันจ้างรัตนศิลป์

1 มกราคม อีกบ้านหนึ่งอยู่เลาะๆ กันบ่ห่างกันเกินสิบกิโล จ้างเฉลิมพล วันที่ 2 อีกบ้านหนึ่งจ้างประถมฯ

พอช่วงสงกรานต์ 13 เมษายน บ้านข่อยจ้างหนึ่งในสยาม อีกบ้านหนึ่งจ้างเสียงอิสาน อีกบ้านหนึ่งจ้างศิริพร (สุดยอดมากปีนี้)

แต่สวดท้ายได้เล่นหรือบ่ได้เล่นแหน่ ย่อนว่าฝนตกหนักมากกกกกปีนั่น บ้านข่อยหมอลำเริ่มลำห้าทุ่ม เลิกสองโมงเช้า แต่บ้านอื่นๆ

ข่อยได้ข่าวมาว่า ได้เล่นคือกัน แต่กะเดิกเติบ....

มาทุกวันนี้หรือ บ้านข่อยจ้างหมอลำครั้งสุดท้าย เมื่อห้าปีที่แล้ว งานสงกรานต์ 13 เมษายน น้องใหม่เมืองชุมแพ

บ้านข้างเคียงที่เคยจัด กะมีอยู่บ้านเดียว จ้างไหมไทย ต่อกันสองปี งานปีใหม่ ส่วนบ้านอื่นๆ ที่เคยจัดงานจ้างหมอลำมางัน บางหมู่บ้าน

ไม่ได้จัดงานและจ้างหมอลำมาแล้ว บ่ต่ำกว่าสิบปีได้ (ปีสุดท้ายที่เห็นคือปี 2544 ช่วงนั้นข่อยยังเรียนอยู่หาเลาะเบิ่งหมอลำแถวบ้านดีขนาด)

และนับเฉพาะอำเภอข่อยอำเภอเดียว มีผ้าป่าแล้วจ้างหมอลมาฉลองในงานทั้งปี ไม่เกินสามงานครับผม...

ส่วนการเบิ่งหมอลำสุปีนี้ บางที่ให้เวลาหมอลำเล่นฮอดแค่ตีสองเอง ข่อยเจอมาหลายงานแล้ว ย้อนหยังนะหรือ

ตัวการใหญ่กะบ่พ้น วัยรุ่นตีกันนี่หละ ยิ่งดึกมาก ยิ่งเมามาก ยิ่งได้ที่มาก ยิ่งตีกันมาก ยิ่งบางงานถึงไล่ฆ่ากัน ยิ่งมีคนตาย ยิ่งคุมบ่อยู่

สุดท้ายผู้มีอำนาจกะสั่งให้หมอลำเลิกแสดงไปเลย คนจ้างหมอลำมาฉลองกะเอือมระอา เพราะงานไหนกะงานนั้นเป็นคือกันเหมิด

สองปีก่อนที่แถวบ้านข่อยเคยจัดงานปีใหม่แล้วจ้างไหมไทยมาแสดง เด็กน้อยบ้านข่อยกะถืกตีตายผุนึง

สรุป ในมุมมองของข่อย งานจ้างตามบ้านเฮา ทุกปีนี้ ล้วนแต่จะมีแนวโน้ม ลดน้อยถอยลงทุกๆ ปี ดูได้จากจำนวนคณะหมอลำที่เริ่มจะลดน้อย

ถอยลงไปทุกปีเป็นตัวแปรสำคัญ เป็นสิ่งที่สะท้อนสภาวะการที่เป็นอยู่ในวงการหมอลำบ้านเฮาได้เป็นอย่างดี

เหอะ เหอะ แล้วสิให้เฮ็ดจั่งใด๋ละบาดนิ ถ้าบ่มีคนจ้าง กะบ่มีงาน เมื่อบ่มีงานกะบ่มีเงิน เมื่อบ่มีเงินกะอยู่บ่ได้สั้นแหล๊ววววว บาดนิพี่น้อง


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 26, 2012, 09:04:57 PM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #21 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 09:48:51 AM »

ออฟไลน์ among601/2543

เอ้อ แล้วมีอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องที่หมอลำลงที่ใกล้กันแล้ว บ่มีคนเบิ่ง....

ผมบ่ได้ว่าหยังใด๋ เพียงแต่ผม นำหลักฐานมาแสดง ประกอบการพิจารณาเสยๆ

ขอเอาข้อมูลเฉพาะในเขตกรุงเทพและปริมณฑล กับจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีสถิติที่เก็บไว้ในคิวการแสดงของหมอลำนะครับ
(ที่ข่อยรู้นะ ย่อนว่าข่อยเป็นคนอัพเดทคิวงานของหมอลำเองกับมือ ในทุกฤดูกาลลำ)

ฤดูกาลลำ 2552 - 2553 เสีองอิสาน ลงแสดงที่ บางปู กม.30 สามรอบ รอบแรกต้นฤดูกาล งานเอ็ม รอบสองประมาณเดือน มีนาคม งานช้าง และรอบที่สามปลายเดือนเมษายน งานเอ็มอีกครั้ง และลงแสดงหน้าวัดอ้อมน้อย กะสองรอบเช่นกัน ต้นฤดูกาลลำ งานเอ็ม แล้วประมาณเดือนมีนาเช่นกัน เป็นงานไวไว อีซูสุ ฯลฯ ส่วนทางอิสานบ้านเฮาที่มักจะเห็นลงเล่น ที่เดียวกันในแต่ละปี กะมีหน้าบิ๊กซีขอนแก่น ทุกศรีเมือง อุดร หน้าบิ๊กซีอุบล โรงเรียนหลักเมือง สารคาม

ฤดูกาลลำ 2553 - 2554 เสียงอิสาน ลงแสดงที่ บางปู กม.30 สองรอบ รอบแรก งานเอ็ม รอบสองงานดีแท๊ก ต่างจังหวัดกะบ่อนเดิมเลย

ฤดูกาลลำ 2554 - 2555 เสียงอิสาน ลงแสดงที่ บางปู กม.30 ลงสามรอบแล้ว และปีนี้เป็นการลงเล่นที่เดิมแบบสองวันติดด้วยสิ แบบที่ไม่ได้ย้ายเวที ตั้งไว้แบบข้ามวัน เป็นงานเอ็มทั้งสองงาน และรอบที่สาม ผ่านมาไม่นานนี่เอง ลงคอนเสิร์ตท๊อปไลน์ ลงที่เดียวกันเลยพี่น้อง....อันนี้ยังไม่สิ้นสุดฤดูกาลลำนะครับ ยังเหลืออีกหลายเดือน ไม่แน่อาจจะลงเป็นรอบที่สี่ รอบที่ห้าในที่เดียวกะได้นะ..

ถามไว้ให้ลองคิดดู แล้วอะไรที่ทำให้หมอลำกล้าที่จะลง ที่เดิมได้ถึงสอง สามรอบ ในฤดูกาลลำเดียวละพี่น้อง....

« ตอบกลับ #22 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 01:32:07 PM »

ออฟไลน์ among601/2543

ถามจริงๆเถอะได้ค่าจ้างเท่าไหร่คุณที่เชียร์ในเวปลูกทุ่งหมอลำดอทคอมถ้าพูดถึงหมอลำผมดูทุกคณะนะเสียงอิสานที่คุณพูดถึงบ่อยๆผมดูตั้งแต่ลูกแพรไหมไทยไม่บันทึกเสียงนางเอกหน่อยวัชรินทร์ยังอยู่เลยสมัยก่อนที่บ้านจ้างไปแสดง65000เองทุกปีบ้านผมจ้างหมอลำมาแสดงตลอดเปลี่ยนคณะทุกปีแต่บ้านผมจะเน้นการแสดงลำเรื่องมากกว่าเรี่องโชว์เป็นรองปีนี้จ้างฟ้าสีครามคุณรู้จักเปล่าหรือว่ารู้จักแต่เสียงอิสานคณะเดียวหมอลำฟ้าสีครามลำทำนองกาฬสินธ์สมัยก่อนพ่อวีระพงษ์วงศิลป์เคยอยู่วงนี้มาก่อนผมนะดูหมอลำทุกคณะดีก็บอกว่าดีไม่ดีก็บอกไม่ดีปีที่แล้วเสียงอิสานก่อนปิดวงช่วงที่มีข่าวว่ากำลังแย่นักการเมืองท่านหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษยื่นมือมาช่วยโดยการจ้างให้ไปทำการแสดงทุกอำเภอในจังหวัดศรีสะเกษมี22อำเภอก็22วันถ้าถามว่าให้จ้างเสียงอิสานมาแสดงงานที่บ้านผมคณะกรรมการบ้านคงโหวตไม่ผ่านแน่เพราะรูปแบบการแสดงไม่เหมือนเก่าที่บ้านผมล้วนแต่เป็นหมอลำเก่าทั้งนั้นถามทำไมผมถึงรู้ลึกขนาดนั้นเพราะผมติดตามข่าวมาตลอด


ประทานโทษครับคุณชัยพิพัฒน์ ห้องนี้เป็นห้องที่ต้องการความเป็นวิชาการ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการอนุรักษ์หมอลำครับ

ที่นำมาแสดง นะเป็นข้อมูลครับข้อมูล หลายๆ อย่างผมบอกที่มาที่ไปแล้วว่ามันมาจากไหน

ส่วนเรื่องหมอลำนะมันแล้วแต่ทัศนะและความชอบส่วนบุคคลครับพี่น้อง....

บ้านข่อยนะจ้างหมอลำไปเบิ่งหลายคณะแฮง เกือบจะทุกคณะแล้วในประเทศนี้ บ่ได้ยึดติดนำวงใด๋ดอก แต่ที่จ้างบ่อยที่สุดหนา กะสิเป็นพิณแคน กับประถม

ส่วนเสียงอิสานนี่ มีวาสนาไปเล่นแค่ครั้งเดียว ตั้งแต่ก่อวงมา แต่แถวใกล้ๆบ้านข่อยนะเขาจ้างมาเล่นตั้งแต่สมัย ศิริพร ยังลำอยู่กับแม่ใหญ่นก เวทีกะน้อยๆ ผู้นหละ
ฟ้าสีครามที่เจ้าว่ามากะจ้างไปลำสองปี เพชรสีคราม หนึ่งในสยาม น้องใหม่เมืองชุมแพตั้งแต่สมัย น้องใหม่ยังอยู่จนน้องใหม่บ่อยู่ ยังเคยจ้างมาลำ แก่นนครกะลงดุ๊ เพชรประพันธ์กะมัก ตั้งแต่ลำเรื่องท้าวหน้าลายสมัยก่อน ช้างเพื่อนแก้วอีก โอ๊ย เยอะ จื่อบ่ได้ดอก

แล้วคณะที่ข่อยเว่ามาทั้งเหมิดนี้ ยามนี้ยังอยู่หรือบ่.....ข่อยกะบ่รู้อีกคือกัน แต่บางคณะบ่มีแล้ว ย่อนหยังหว่า นี่หละประเด็นที่หมู่ข่อยกำลังพากันเว่าอยู๋ยามนี้

ขั่นเข้ามาแล้วเว่าแตกไปทางอืน อ่านสื่อๆ กะได้ดอกบ่ต้องแสดงความคิดเห็นกะได้ บ่มีไผว่าหยังดอกครับพี่น้อง

 เดี๋ยวมาต่อ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 27, 2012, 05:30:41 PM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #23 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 01:42:24 PM »

ออฟไลน์ among601/2543

ถามจริงๆเถอะได้ค่าจ้างเท่าไหร่คุณที่เชียร์ในเวปลูกทุ่งหมอลำดอทคอมถ้าพูดถึงหมอลำผมดูทุกคณะนะเสียงอิสานที่คุณพูดถึงบ่อยๆผมดูตั้งแต่ลูกแพรไหมไทยไม่บันทึกเสียงนางเอกหน่อยวัชรินทร์ยังอยู่เลยสมัยก่อนที่บ้านจ้างไปแสดง65000เองทุกปีบ้านผมจ้างหมอลำมาแสดงตลอดเปลี่ยนคณะทุกปีแต่บ้านผมจะเน้นการแสดงลำเรื่องมากกว่าเรี่องโชว์เป็นรองปีนี้จ้างฟ้าสีครามคุณรู้จักเปล่าหรือว่ารู้จักแต่เสียงอิสานคณะเดียวหมอลำฟ้าสีครามลำทำนองกาฬสินธ์สมัยก่อนพ่อวีระพงษ์วงศิลป์เคยอยู่วงนี้มาก่อนผมนะดูหมอลำทุกคณะดีก็บอกว่าดีไม่ดีก็บอกไม่ดีปีที่แล้วเสียงอิสานก่อนปิดวงช่วงที่มีข่าวว่ากำลังแย่นักการเมืองท่านหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษยื่นมือมาช่วยโดยการจ้างให้ไปทำการแสดงทุกอำเภอในจังหวัดศรีสะเกษมี22อำเภอก็22วันถ้าถามว่าให้จ้างเสียงอิสานมาแสดงงานที่บ้านผมคณะกรรมการบ้านคงโหวตไม่ผ่านแน่เพราะรูปแบบการแสดงไม่เหมือนเก่าที่บ้านผมล้วนแต่เป็นหมอลำเก่าทั้งนั้นถามทำไมผมถึงรู้ลึกขนาดนั้นเพราะผมติดตามข่าวมาตลอด


ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง ได้ค่าจ้างถ่อใด๋พะนะ โอ๊ย ข่อยเคยได้ยินแต่พี่น้องข่อยบอกมา

ว่ามีไทยบ้านเผิ่นเว่าฮอดหมู่ข่อยว่า "แฟนคลับคณะนี้ ข้าเจ้าจ้างมาตั๊วะ" เพิ่มเห็นแบบ จะ จะ กะวันนี้เอง

ข่อยบอกอีหลีเด้อ ที่ยังทำหน้าที่อยู่ทุกวันนี้ ย่อนว่าเจ้าของเวป บ่าววี เป็นหมู่ข่อย

และข่อยทำหน้าทีเป็นแอดมินของ เวปเสียงอิสานแฟนคลับนำ ข้อมูลมันสิได้ไปนำกัน

แล้วข่อยเคยเว่าไปแล้ว ข่อยเคยไปนั่งกินข้าวเปิดใจนำ บ่าววีแล้วหละ ถ้าบ่แม่นเจ้าเขียนเวปนะ ข่อยแหล่นหนีแต่โดนแล้ว...

แล้วพี่น้องข่อยหลายๆ คนกะบ่เข้ามาเล่นเวปนี้กะมีคือกัน

การที่มาทำหน้าที่อยู่ตรงนี้ มันย้อนความมักถ่อนั้น หละพี่น้อง ข่อยตะเวณไปทั่วทีปทั้วแดน นครพนม อุดร เวียงจันทร์ กะย่อน

คำว่า มัก คำเดียว

แล้วถามว่ามันได้อะไรหละ กะมันสุขใจที่ได้ทำไง ข่อยนะมันพวกประเภทอยากทำอะไรทำเลย ไม่มาคอยนั่งวางแผนล่วงหน้าดอก

ย่อนว่าข่อย บ่รู้ว่า พรุ่งนี้ของข่อยมันสิมีหรือบ่ ข่อยลงทุนซื้อกล้องถ่ายรูป พร้อมอุปกรณ์เสริม นำถ่ายรูปหมอลำมาให้พวกเจ้าเบิ่งเหมิดไปเป็นแสน

เสียค่ารถ ค่าเรือ ค่าเครื่องบิน ค่าอยู่ ค่ากิน นำหมอลำ ไปยังที่ต่างๆ ไปหลายหมื่น

ทำป้ายไฟ สองสามอัน หมดไปเป็นหมื่น แล้วกะอีหยังอีก เยอะ

หมอลำเขาบ่รรู้นำข่อยดอก และข่อยกะบ่ต้องการให้หมอลำเขามารับรู้นำ

แม้แต่ศิลปินที่นำเบิ่งอยู่สุมื่อนี่ ข่อยกะยังบ่เคยได้เว่านำ เลยจั๊กคน

แต่ข่อยกะอยากสิเฮ็ด ย่อนว่ามันมัก และกะเป็นการเติมใจให้หมอลำเผิ่น

คนมันมัก นะยอมที่สิเฮ็ดอีหยังได้สุแนวหละพี่น้อง...และหมู่ข่อยกะพยายามทำอย่างเต็มที่เช่นกัน

ข่อยคึดว่าหนา เหลือเวลาให้หมอลำอีกบ่โดนแล้ว

ดีบ่ดี หมอลำสิเหมิดไปในช่วงชีวิตของข่อยนี่หละ พี่น้องเอ๋ย


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 27, 2012, 05:35:05 PM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #24 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 06:38:23 PM »

ออฟไลน์ chaideaw

  • แฟนลูกทุ่งหมอลำระดับ 4
  • *****
  • กระทู้: 661
  • ผู้บ่าวโรงงานทอผ้าเด้อจ้า
ถามจริงๆเถอะได้ค่าจ้างเท่าไหร่คุณที่เชียร์ในเวปลูกทุ่งหมอลำดอทคอมถ้าพูดถึงหมอลำผมดูทุกคณะนะเสียงอิสานที่คุณพูดถึงบ่อยๆผมดูตั้งแต่ลูกแพรไหมไทยไม่บันทึกเสียงนางเอกหน่อยวัชรินทร์ยังอยู่เลยสมัยก่อนที่บ้านจ้างไปแสดง65000เองทุกปีบ้านผมจ้างหมอลำมาแสดงตลอดเปลี่ยนคณะทุกปีแต่บ้านผมจะเน้นการแสดงลำเรื่องมากกว่าเรี่องโชว์เป็นรองปีนี้จ้างฟ้าสีครามคุณรู้จักเปล่าหรือว่ารู้จักแต่เสียงอิสานคณะเดียวหมอลำฟ้าสีครามลำทำนองกาฬสินธ์สมัยก่อนพ่อวีระพงษ์วงศิลป์เคยอยู่วงนี้มาก่อนผมนะดูหมอลำทุกคณะดีก็บอกว่าดีไม่ดีก็บอกไม่ดีปีที่แล้วเสียงอิสานก่อนปิดวงช่วงที่มีข่าวว่ากำลังแย่นักการเมืองท่านหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษยื่นมือมาช่วยโดยการจ้างให้ไปทำการแสดงทุกอำเภอในจังหวัดศรีสะเกษมี22อำเภอก็22วันถ้าถามว่าให้จ้างเสียงอิสานมาแสดงงานที่บ้านผมคณะกรรมการบ้านคงโหวตไม่ผ่านแน่เพราะรูปแบบการแสดงไม่เหมือนเก่าที่บ้านผมล้วนแต่เป็นหมอลำเก่าทั้งนั้นถามทำไมผมถึงรู้ลึกขนาดนั้นเพราะผมติดตามข่าวมาตลอด

โอ้ะ...อยากสอด"ผู้รู้ลึก" สื่อๆเด้อ มาเว้าแบบบ่อายแท้ คันรู้ลึกอิหลีกะดาย อยากสอด ย่อนมันคัน"ฟัน"แข่ววว
รู้(คึดเอา)ฮอดว่าเขาจ้างมาเชียร์..ว๊าว..นายรู้ลึกสุดยอดมาก แต่เขาบ่แม่นนักร้องค่ายใหญ่ๆเด้อ
พอสิเอาแฟนคลับไป"ขอเข้าฟรีกับผู้จัดงาน"แล้วมาเชียร์พ่อนักร้องใหญ่ พอร้องจบๆ
แล้วกะเก็บของเมี้ยน ติดตาม...อย่าว่าติดตามเถาะ ขึ้นรถคันเดียวกันไป...ไปหม่องต่อไป
หรือแม่นเจ้ากะเคยเป็นมาแนวนั้น จั่งค่อยเว้าออกมา ว่าเพิ่นจ้างมาเชียร์
คันรู้ลึกอิหลีคือบ่มาสัมผัสเบิ่งก่อนว่าเขาเดินทางไปเบิ่ง"เสียงอิสาน"กันแบบใด๋ เขาซื้อบัตรเข้าเบิ่ง
หรือแม่นเขาขอเข้าเบิ่งฟรี ก่อนสิมาว่าเขาถูกจ้างมา คันบ่รู้อย่าฟ้าวปากออกมาเถาะ
พ่อผู้ฮู้ลึก...และนักการเมืองที่เพิ่นจ้างเสียงอิสานไปเล่นในศรีสะเกษนั้น บ่แม่น 22 งาน กะแล้วกันจ้า
แม่นอยู่เพิ่นสิมีจักอำเภอกะตามซ่าง สืบมาใหม่ซะเด้อ

ถามแหน่เผื่อสิได้ความรู้ แต่ฟ้าสีครามใหม่ๆ เพิ่นเฮ็ดวงมาใหม่ๆ เพิ่นลำทำนองใด๋ ฮู้บ่ แล้วกะหมอลำ
ทำนองกาฬสินธุ์ กับ ทำนองสาระคาม คณะนี้เพิ่นลำแตกต่างกันจั่งใด๋ ถิ่นหม่องตั้งฟ้าสีคราม
แต่แรกๆอยู่จังหวัดใด๋ ทุกวันนี้ เพิ่นลำทำนองใด๋ ว่าอยู่บ้านจ้างไปครับ

การที่เฮาบริโภคแต่ข่าวสาร บางทีมันกะบ่แม่นเสมอไปดอกครูบาเอ้ย..ว่าติดตาม
ข่าวนั้นข่าวนี้ ข่าวกะคือข่าว ลองมาสัมผัสความเป็นจริงตี๊หล่ะ คันอยากรู้ลึกกว่านี้ ติดตามคักๆ
บ่แม่นเอาคำว่า ข่าวเขาว่ามา มาอ้างว่า"คนรู้ลึก"คนเฮามันเบิ่งหมอลำมา กะบ่แตกต่างกันดอก
ตราบใด๋ที่ยัง ชื่นชอบ ในความเป็นหมอลำบ้านเฮาอยู่ เจ้ากะมัก ข่อยกะมัก บ่แม่นว่าข่อยมัก
คณะนี้ข่อยติดตามคณะนี้แล้ว สิบ่ออกจากฮู ไปหาเบิ่งคณะอื่นๆ เฮาโสกันมาดีๆ ในหัวข้อที่เพิ่นตั้ง
ขึ้นมา เพิ่นยกอันใด๋มาอ้าง กะลองติดตามเบิ่งแหน่ เนาะครับเนาะ ท่านผู้รู้ลึก


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 27, 2012, 06:57:16 PM โดย chaideaw »

« ตอบกลับ #25 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 06:55:13 PM »

ออฟไลน์ among601/2543

เอ้อ แหม่น แหม่น ข่อยตกประเด็นนี้ไปตั๊วะ

ฟ้าสีครามที่เคยมาลำบ้านข่อย ตอนงานฝังลูกนิมิตร ปี 2537 คืนที่สี่

คืนแรก เพชรสีคราม คือที่สองลิเก คืนที่สาม ป.ฉลาดน้อย คืนที่สี่ฟ้าสีคราม คืนที่ห้าเพชรประพันธุ์

และงานวันสงกรานต์หวั่งปี 40 ฟ้าสีครามอีกครั้ง ทั้งสองครั้ง คือลำเรื่องทำนองสารคามหว่า

แล้วทำนองกาฬสินธุ์นี่ เผิ่นลำแต่ยามใด๋ เหอะ เหอะ

ผู้รู้ลึกขอข้อมูลนำแหน่...

แล้วงานที่จ้างไปลง ศรีสะเกษ หว่างปีกลาย 35 งานครับพี่น้อง บ่ใช่ 22 งาน

ศรีสะเกษ นะบ้านข่อยเอง แล้วข่อยกะกลับไปเบิ่งอยู่บ้านสองงาน

เฉพาะ อำเภอข่อย หมอลำลงสองงาน ส่วนบางอำเภอสาม สี่ งานกะมีใด๋พี่น้อง....

เทื่อหน้า ขั้นสิเว่าสิปากอีหยัง กรุณาหาข้อมูลให้มันปึก ให้มันแน่นกว่านี้หน่อยกะดี

ขอบอก ห้องห้องนี้ มีแต่เจ้าพ่อข้อมูล ใด๋พี่น้อง เหอะ เหอะ ท่านผู้รู้ลึก ท่านผู้รู้จริง โฮ๊ะ โฮ๊ะ

จัดไป ตายคืนกลางอากาศ บาดนิ....


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 27, 2012, 06:56:57 PM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #26 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 10:44:10 PM »

ออฟไลน์ Organize09

จากความเห็นของคุณ Moomee
"ก็ต้องยอมรับว่าหมอลำเป็นอีกธุรกิจหนึ่งก็ว่าได้ในปัจจุบันนี้
เพราะฉะนั้นการแข่งขันกันทางธุรกิจก็ต้องมีเป็นธรรมดาแล้วรูปแบบของการแข่งขันก็คือ
การปรับปรุงเพื่อที่จะดึงดูดคนดูหรือลูกค้าเพื่อที่จะให้ธุรกิจต่อไปหรือเพื่อให้คณะหมอลำยังอยู่ต่อไป
ผู้สนับสนุนก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยคณะหมอลำถ้าขาดกำไรจากคนดูแล้วไม่มีผู้สนับสนุน
คณะหมอลำจะเอาทุนทรัพย์ที่ไหนมาทำวงต่อ ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็ไปไม่รอดแล้วนั่นแหล่ะ"
ในความเห็นของผม  ผู้ให้การสนับสนุนไม่ได้มีผลต่อความอยู่รอดของคณะหมอลำ ผู้ให้การสนับสนุนที่จริงแล้วเปรียบได้เท่ากับเจ้าภาพเพียงหนึ่งรายเท่านั้น  แต่ด้วยความเข้าใจที่ผิด  หลายวงเลยให้ความสำคัญมากกว่าเจ้าภาพชาวบ้าน  นำชื่อเสียงของวงไปรับใช้  ยอมปรับรูปแบบของวงเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของเขา  ให้สิทธิ์เยอะแยะมากมาย แล้วยังยัดเยียดกิจกรรมโฆษณา ในระหว่างการแสดง  ของเจ้าภาพงานบุญที่จ้าง ตรงนี้แหละครับคือจุดหักเหทางความคิด ที่บ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของวง  และบ่อนทำลายวงให้เสื่อมถอย  ถามว่า  เงินจากผู้ให้การสนับสนุน มากกว่าเงินจากเจ้าภาพงานบุญกระนั้นหรือ  ผมว่ารายได้หลักมาจากเจ้าภาพงานบุญครับ  ผู้ให้การสนับสนุนเท่ากับเจ้าภาพเพียงหนึ่งรายเท่านั้น  งานEvent ของเอเจนซี่ คือการอาศัยแอบแปะชื่อเสียงเพื่อผลประโยชน์แห่งตนและยัดเยียดโดยไม่แคร์ความรู้สึกของผู้ชม  ภาคกลาง ในกรุงเทพ ล่มสลายหมดแล้ว  จึงขยายมาอีสาน หากเราไม่รู้จักเรียนรู้และไม่เท่าทันกับเล่ห์เพทุบายของนักคิดเหล่านั้น  หลายวงที่เห็นสปอนเซอร์คือพระเจ้า  เขาเหล่านั้นกำลังถูกเจ้าภาพงานบุญและชาวบ้านเดินห่างออกไป  ออกไป  จนไม่มีงานจ้างจากเจ้าภาพงานบุญ ดังที่กำลังพบเห็นในขณะนี้หลายวง
ส่วนการตลาด  สำหรับวงหมอลำแล้ว  ผลงานคือสิ่งสำคัญที่สุด  ผลงานที่สร้างความประทับใจ  ความพึงพอใจ นั่นแหละ จะเป็นสิ่งดึงดูดงานอันหมายถึงรายได้เข้ามา  จะทำยังไง  ก็ต้องกลับไปทบทวนหลักคิดก่อนครับ  เป็นการแลกเปลี่ยนครับ

« ตอบกลับ #27 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 11:13:34 PM »

ออฟไลน์ Organize09

ในมุมมองของข่อยใด๋ มีหลายเรื่องด้วยกันยามนี้ ที่ส่งผลกระทบต่อการเป็นอยู่ของหมอลำ

มื่อนี่สิเว่าฮอดเรื่อง วัฒนธรรมการจ้างและวัฒนธรรมการเบิ่งหมอลำ....ซึ่งข่อยมองว่าเป็นเรื่องใหญ่มากยามนี้

วัฒนธรรมการจ้างและการเบิ่งหมอลำบ้านเฮามันเปลี่ยนไป ไม่เหมือนแต่ก่อน

เราจะหวังเฉพาะงานจ้างอย่างเดียวมันบ่ได้คือสมัยก่อนแล้ว ถ้าจะหวังเฉพาะส่วนนี้หมอลำคงสิอยู่บ่รอดทั้งฤดูกาลลำแน่นอน

ส่วนการเบิ่งหมอลำสุปีนี้ บางที่ให้เวลาหมอลำเล่นฮอดแค่ตีสองเอง ข่อยเจอมาหลายงานแล้ว ย้อนหยังนะหรือ

ตัวการใหญ่กะบ่พ้น วัยรุ่นตีกันนี่หละ ยิ่งดึกมาก ยิ่งเมามาก ยิ่งได้ที่มาก ยิ่งตีกันมาก ยิ่งบางงานถึงไล่ฆ่ากัน ยิ่งมีคนตาย ยิ่งคุมบ่อยู่

สุดท้ายผู้มีอำนาจกะสั่งให้หมอลำเลิกแสดงไปเลย คนจ้างหมอลำมาฉลองกะเอือมระอา เพราะงานไหนกะงานนั้นเป็นคือกันเหมิด

สองปีก่อนที่แถวบ้านข่อยเคยจัดงานปีใหม่แล้วจ้างไหมไทยมาแสดง เด็กน้อยบ้านข่อยกะถืกตีตายผุนึง

สรุป ในมุมมองของข่อย งานจ้างตามบ้านเฮา ทุกปีนี้ ล้วนแต่จะมีแนวโน้ม ลดน้อยถอยลงทุกๆ ปี ดูได้จากจำนวนคณะหมอลำที่เริ่มจะลดน้อย

ถอยลงไปทุกปีเป็นตัวแปรสำคัญ เป็นสิ่งที่สะท้อนสภาวะการที่เป็นอยู่ในวงการหมอลำบ้านเฮาได้เป็นอย่างดี

เหอะ เหอะ แล้วสิให้เฮ็ดจั่งใด๋ละบาดนิ ถ้าบ่มีคนจ้าง กะบ่มีงาน เมื่อบ่มีงานกะบ่มีเงิน เมื่อบ่มีเงินกะอยู่บ่ได้สั้นแหล๊ววววว บาดนิพี่น้อง

ในประเด็นนี้  ปริมาณงาน ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ  แต่เท่าท่เป็นมา  วิถีชีวิตคนอีสาน  เรื่องงานบุญเป็นเรื่องใหญ่และฝังอยู่ในจิตสำนึก  การจ้างมหรสพมาเสพงันก็ยังมีอยู่  หมอลำก็ยังเป็นตัวเลือกต้นๆ  19  จังหวัดภาคอีสาน มีหมู่บ้านมากมาย งานบุญมีทุกถิ่นที่  แต่ที่น่าสังเกตุเกี่ยวกับหมอลำ  การพิจารณาการจ้าง  จะให้คุณค่ากับวงที่ไม่เคยมาละแวกนี้มาก่อน  ดังนั้นวงที่เคยมาปิดวิกย่องเป็นตัวเลือกรอง  อนึ่ง  หากมาปิดวิกแล้วคนน้อยยิ่งเป็นผลลบมากกว่า ต่างกับวงที่เคยมางานบุญ  หากผลงานดี  อีกทั้งมีคนดูมากๆ   ย่อมเป็นผลบวกมากกว่าลบและยังได้รับการคัดเลือกระดับแรก  เรื่องการตีกันเดี๋ยวนี้ดีขึ้นมาก  ดังนั้นงานปิดวิกรับใช้เอเจนซี่ย่อมสร้างผลไม่ดีมากกว่า เพราะมาเพื่อทำกิจกรรมให้สปอนเซอร์  ส่วนผู้ชมเป็นเพียงผลพลอยได้  หลักการคิดรับใช้ต่าง  ผลย่อมต่างครับ

« ตอบกลับ #28 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 11:35:49 PM »

ออฟไลน์ among601/2543

ในมุมมองของข่อยใด๋ มีหลายเรื่องด้วยกันยามนี้ ที่ส่งผลกระทบต่อการเป็นอยู่ของหมอลำ

มื่อนี่สิเว่าฮอดเรื่อง วัฒนธรรมการจ้างและวัฒนธรรมการเบิ่งหมอลำ....ซึ่งข่อยมองว่าเป็นเรื่องใหญ่มากยามนี้

วัฒนธรรมการจ้างและการเบิ่งหมอลำบ้านเฮามันเปลี่ยนไป ไม่เหมือนแต่ก่อน

เราจะหวังเฉพาะงานจ้างอย่างเดียวมันบ่ได้คือสมัยก่อนแล้ว ถ้าจะหวังเฉพาะส่วนนี้หมอลำคงสิอยู่บ่รอดทั้งฤดูกาลลำแน่นอน

ส่วนการเบิ่งหมอลำสุปีนี้ บางที่ให้เวลาหมอลำเล่นฮอดแค่ตีสองเอง ข่อยเจอมาหลายงานแล้ว ย้อนหยังนะหรือ

ตัวการใหญ่กะบ่พ้น วัยรุ่นตีกันนี่หละ ยิ่งดึกมาก ยิ่งเมามาก ยิ่งได้ที่มาก ยิ่งตีกันมาก ยิ่งบางงานถึงไล่ฆ่ากัน ยิ่งมีคนตาย ยิ่งคุมบ่อยู่

สุดท้ายผู้มีอำนาจกะสั่งให้หมอลำเลิกแสดงไปเลย คนจ้างหมอลำมาฉลองกะเอือมระอา เพราะงานไหนกะงานนั้นเป็นคือกันเหมิด

สองปีก่อนที่แถวบ้านข่อยเคยจัดงานปีใหม่แล้วจ้างไหมไทยมาแสดง เด็กน้อยบ้านข่อยกะถืกตีตายผุนึง

สรุป ในมุมมองของข่อย งานจ้างตามบ้านเฮา ทุกปีนี้ ล้วนแต่จะมีแนวโน้ม ลดน้อยถอยลงทุกๆ ปี ดูได้จากจำนวนคณะหมอลำที่เริ่มจะลดน้อย

ถอยลงไปทุกปีเป็นตัวแปรสำคัญ เป็นสิ่งที่สะท้อนสภาวะการที่เป็นอยู่ในวงการหมอลำบ้านเฮาได้เป็นอย่างดี

เหอะ เหอะ แล้วสิให้เฮ็ดจั่งใด๋ละบาดนิ ถ้าบ่มีคนจ้าง กะบ่มีงาน เมื่อบ่มีงานกะบ่มีเงิน เมื่อบ่มีเงินกะอยู่บ่ได้สั้นแหล๊ววววว บาดนิพี่น้อง

ในประเด็นนี้  ปริมาณงาน ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ  แต่เท่าท่เป็นมา  วิถีชีวิตคนอีสาน  เรื่องงานบุญเป็นเรื่องใหญ่และฝังอยู่ในจิตสำนึก  การจ้างมหรสพมาเสพงันก็ยังมีอยู่  หมอลำก็ยังเป็นตัวเลือกต้นๆ  19  จังหวัดภาคอีสาน มีหมู่บ้านมากมาย งานบุญมีทุกถิ่นที่  แต่ที่น่าสังเกตุเกี่ยวกับหมอลำ  การพิจารณาการจ้าง  จะให้คุณค่ากับวงที่ไม่เคยมาละแวกนี้มาก่อน  ดังนั้นวงที่เคยมาปิดวิกย่องเป็นตัวเลือกรอง  อนึ่ง  หากมาปิดวิกแล้วคนน้อยยิ่งเป็นผลลบมากกว่า ต่างกับวงที่เคยมางานบุญ  หากผลงานดี  อีกทั้งมีคนดูมากๆ   ย่อมเป็นผลบวกมากกว่าลบและยังได้รับการคัดเลือกระดับแรก  เรื่องการตีกันเดี๋ยวนี้ดีขึ้นมาก  ดังนั้นงานปิดวิกรับใช้เอเจนซี่ย่อมสร้างผลไม่ดีมากกว่า เพราะมาเพื่อทำกิจกรรมให้สปอนเซอร์  ส่วนผู้ชมเป็นเพียงผลพลอยได้  หลักการคิดรับใช้ต่าง  ผลย่อมต่างครับ

เอ๊า คือยกมาแค่ประเด็นเดียว ข่อยอุตส่าห์ยกตัวอย่างประกอบมาอย่างยาว คือ ได้ตัดมาบางส่วน

นี่คือ เหตุการณ์ และสถานการร์จริงที่เกิดขึ้นแถวบ้านข่อยยามนี้ อย่าว่าแต่ งานปิดวิค งานคอนเสิร์ต งานสปอร์นเซอร์ เลยพี่น้องเอ๋ย แม้แต่งานจ้างยังบ่มีเลย มิดจั๊ด จ๊นป้าข่อยยังใด้จ่มให้ สิมีโอกาสได้เบิ่งหมอลำอีกบ่น้อ บ่แม่นสิได้ตายไปก่อนเบาะนิ ไผสิจ้างมาให้เบิ่ง

และกะลามไปทุกวงการ แม้แต่ลำซิ่งหรือหนังกลางแปลง ไปฮอดหนังขายยาผู้นหละตายไปก่อนหมู่เลย สิ่งเหล่านี้ แถวบ้านข่อยบ่มีให้เห็นแล้วพี่น้องเอ๋ย....

แต่ถามว่า แล้วคนเบิ่งหละ ยังหลายอยู่บ่ หลายขนาด เก็บบัตรได้ เจ็ดแสนแปดแสนกะแล้วกันน่าพี่น้อง ไหมไทยจ้างมาสองปีกะเก็บบัตรได้หลัก สามแสนสี่แสน เก็บที่หกสิบบาทเอง ลองหารเบิ่งคนเบิ่งหลายปานใด๋...

ส่วนเรื่องที่เจ้าอุตสาห์อ้างอิงมา ยอมรับว่าทุกวันนี้น้อยลง แต่ละคืนมีแค่ไม่กี่ครั้ง หรือบางคืนอาจจะไม่มีเลย

แต่ถ้ามี...รับรองเลยว่า เล่นกันถึงตาย สมัยนี้คนฆ่ากันง่ายกว่าสมัยก่อนเยอะ สมัยก่อนหนา อย่างเก่งกะแค่แสดงแสนยานุภาพของกลุ่มเจ้าของ

เลิกงาน ยามเช้า กะนั่งกินเหล้านำกันได้คือเก่า แต่สมัยนี้รุนแรงกว่าเดิมเยอะพี่น้องเอ๋ยยยยย

« ตอบกลับ #29 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 11:48:42 PM »

ออฟไลน์ among601/2543

อ้ออีกประเด็นตกไปหน่อยนึง....

"วิถีชีวิตคนอีสาน  เรื่องงานบุญเป็นเรื่องใหญ่และฝังอยู่ในจิตสำนึก  การจ้างมหรสพมาเสพงันก็ยังมีอยู่  หมอลำก็ยังเป็นตัวเลือกต้นๆ  19  จังหวัดภาคอีสาน"

เอ่อ แล้วทำไม ทุกวันนี้ หมอลำ ถึงได้เริ่มลดน้อย ถอยลงไป ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี

ถ้าเป็นคือท่านว่า มันต้องสวนทางกันสิครับพี่น้อง มันต้อง เพิ่มมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น มีคณะใหม่ๆ ตัวเลือกใหม่ๆ มาให้เรามาได้เลือกจ้างมางันกันสิครับ...


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 11:52:46 PM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #30 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2012, 10:11:40 AM »

ออฟไลน์ Organize09

อ้ออีกประเด็นตกไปหน่อยนึง....

"วิถีชีวิตคนอีสาน  เรื่องงานบุญเป็นเรื่องใหญ่และฝังอยู่ในจิตสำนึก  การจ้างมหรสพมาเสพงันก็ยังมีอยู่  หมอลำก็ยังเป็นตัวเลือกต้นๆ  19  จังหวัดภาคอีสาน"

เอ่อ แล้วทำไม ทุกวันนี้ หมอลำ ถึงได้เริ่มลดน้อย ถอยลงไป ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี

ถ้าเป็นคือท่านว่า มันต้องสวนทางกันสิครับพี่น้อง มันต้อง เพิ่มมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น มีคณะใหม่ๆ ตัวเลือกใหม่ๆ มาให้เรามาได้เลือกจ้างมางันกันสิครับ...

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกันนะครับ
งานบุญมีปริมาตรปริมาณเท่าเดิมครับ  และมากขึ้นด้วยซ้ำในปัจจุบัน  เหตุผลคือ  งานบุญเป็นวิถีชีวิตของชนชาวอีสาน  หมอลำ  เป็นมหรสพหนึ่งที่นำมาเสพงัน  มหรสพมีเป็นจำนวนมาก  แต่ที่น่าสนใจคือ  ทำไมหมอลำจึงลดน้อยถอยลง  มีประเด็นที่น่าคิดน่าศึกษาดังนี้

1.ขาดฐานข้อมูลทางความรู้  ทั้งอดีต  ปัจจุบันและโลกแห่งอนาคต  ตรงนี้เป็นปัญหาอันดับต้นๆ ของคณะหมอลำจำนวนมาก  กล่าวคือไม่สนใจเรียนรู้ความเป็นไปของโลกที่มีวิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว  มีพัฒนาการรุดหน้า
อย่างไม่หยุดยั้ง  ซึ่งความเจริญเหล่านี้  อันที่จริงก็เกิดจากความคิดของเพื่อนมนุษย์ของเรานี้เอง  ดังนั้น  เมื่อขาดซึ่งองค์ความรู้  ฐานการคิดจึงไม่เท่าทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป  การทำงานจึงเห็นแต่การเปลี่ยนรูปลักษณ์  แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่ารูปลักษณ์ก็คือรูปแบบการนำเสนอ  ต้องสมบูรณ์สร้างความประทับใจ  สร้างความพึงพอใจให้ได้ตรงนี้แหละครับมันต้องใช้องค์ความรู้ที่มากขึ้นกว้างขึ้น  คณะหมอลำส่วนใหญ่เราด้อยตรงนี้ครับ
2.ด้วยเหตุผลข้อที่ 1  จึงเชื่อมโยงถึงปัจจัย  หรือทุน  ขาดการวางแผนด้านการเงินอย่างเป็นระบบ  ส่วนใหญ่ได้มาใช้ไป  แบบเดิมๆ  ไม่ผ่านระบบธนาคาร  แต่ในโลกปัจจุบันสเตรทเม้นท์คือหลักฐานสำคัญต่อการสร้างเครดิต เมื่อขาดการวางแผนที่ดี  เริ่มทำวงอีกทีก็ไม่มีเงินทุนสำรอง  ต้องกู้หนี้ยืมสินนอกระบบ  เป็นวงจรชีวิตเดิมๆ  อาจจะหนักมากขึ้นหากขาดองค์ความรู้  แล้วทำงานอย่างไร้การวางแผนที่ดี อาจลงทุนสูญเปล่า  นี่ก็เป็นอีกเหตุหนึ่งที่น่าคิดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้หมอลำหดหายไปหรือไม่
3.ด้วยเหตุผลข้อที่ 1  มุมมองวิสัยทัศน์จึงไม่เกิด  อ่านสถานการณ์ของโลกปัจจุบันไม่ทะลุ  การทำงาน  การสร้างผลงานจึงแข่งขันสู้ไม่ได้  องค์ความรู้จึงเป็นปัจจัยเบื้องต้น  ยังมีสาเหตุตามมาอีกมากมาย  หากขาดข้อที่ 1 
-ดังนั้นเหตุที่หมอลำค่อยๆล้มหายไป  เหตุผลสำคัญที่สุดคือ  ขาดองค์ความรู้ที่จะนำมาเป็นฐานทางความคิดให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก  นั่นเอง  ผมเชื่ออย่างนี้  ในขณะนี้นะครับ 
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยความเป็นเพื่อนมิตรครับ

« ตอบกลับ #31 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2012, 11:03:57 AM »

ออฟไลน์ among601/2543

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกันนะครับ
งานบุญมีปริมาตรปริมาณเท่าเดิมครับ  และมากขึ้นด้วยซ้ำในปัจจุบัน  เหตุผลคือ  งานบุญเป็นวิถีชีวิต
ของชนชาวอีสาน  หมอลำ  เป็นมหรสพหนึ่งที่นำมาเสพงัน  มหรสพมีเป็นจำนวนมาก  แต่ที่น่าสนใจคือ  
ทำไมหมอลำจึงลดน้อยถอยลง  มีประเด็นที่น่าคิดน่าศึกษาดังนี้

เรื่องนี้ผมเห็นต่าง บุญประเภณีมีเท่าเดิมอีหลีหละ ฮีตสิบสองคลองสิบสี่ ในสิบสองเดือน
ของชาวอิสานเฮา มีบุญตลอดบ่เคยว่างเว้น แต่วิถีชีวิตของคนอิสานบ้านเฮามันเปลี่ยนไปแล้วนี่ครับพี่น้อง
ถามว่าหมู่บ้าน หมู่บ้านหนึ่งจะจัดงานทุกงาน ในทุกๆ เดือนเชียวหรือ แต่ก่อนนะใช่ แต่เดี๋ยวนี้ เลือกจัด
เฉพาะบางงานแล้วเท่านั้น อย่างบ้านผม นะที่จัดเป็นงานใหญ่ๆ กะเลือกจัดเฉพาะ บุญบั๊งไฟ (เป็นข้อตกลง
ภายในตำบล ที่จะแบ่งกันจัดงาน เพื่อความสะดวกในการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ) ส่วนประเพณีอื่นๆ หรือ จัดบ้างพอเป็นพิธี ไม่ได้จัดใหญ่โต งานบุญเดือนสาม จัดกันทุกหมู่
บ้านผมนะหมู่บ้านใหญ่มาก ห้าร้อยกว่าหลังคาเรือน จัดงานก็แค่ทำบุญตักบาตร แล้วตักกันเป็นเดือนถึงจะ
เสร็จเริ่มที่วัดก่อน แล้วก็กระจายไปตามหมู่บ้าน อีกสี่หมู่บ้าน และหนึ่งพื้นที่ปกครองพิเศษอีกหนึ่งที่
สลับสับเปลี่ยนกันไปทุกสัปดาห์ จนครบ

แต่ทุกๆ งานที่จัดไม่มีการจ้างมหรศพมาฉลองเลย แม้แต่หนังกลางแปลงที่ใช้เงินจ้างไม่มากมายนัก
แค่ไม่กี่พันก็ได้ชมแล้วยังไม่มีเลย

ถามหาศักยภาพหรือ เหอะ เหอะ เก็บแค่ห้าร้อยบาทต่อหลัง จ้างหมอลำมาเล่นได้สบายๆ แต่ทุกครั้งที่จัดงาน
จะไม่มีการเสนอเพื่อหามาเล่นเลย
นอกเสียจากว่า ลูกหลานที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ และที่อื่นๆ จะคอมเม๊นท์ไป ว่าอยากดู ถึงจะได้ดู


1.ขาดฐานข้อมูลทางความรู้  ทั้งอดีต  ปัจจุบันและโลกแห่งอนาคต  ตรงนี้เป็นปัญหาอันดับต้นๆ ของคณะหมอลำ
จำนวนมาก  กล่าวคือไม่สนใจเรียนรู้ความเป็นไปของโลกที่มีวิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว  มีพัฒนาการรุดหน้า
อย่างไม่หยุดยั้ง  ซึ่งความเจริญเหล่านี้  อันที่จริงก็เกิดจากความคิดของเพื่อนมนุษย์ของเรานี้เอง  ดังนั้น  เมื่อขาด
ซึ่งองค์ความรู้  ฐานการคิดจึงไม่เท่าทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป  การทำงานจึงเห็นแต่การเปลี่ยนรูปลักษณ์  
แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่ารูปลักษณ์ก็คือรูปแบบการนำเสนอ  ต้องสมบูรณ์สร้างความประทับใจ  สร้างความพึงพอ
ใจให้ได้ตรงนี้แหละครับมันต้องใช้องค์ความรู้ที่มากขึ้นกว้างขึ้น  คณะหมอลำส่วนใหญ่เราด้อยตรงนี้ครับ

เอ่อ แล้วหมอลำเขาต้องไปหาองค์ความรู้มาจากไหน ในปี ปีหนึ่ง เดินสายแสดงแปดเดือน
พักวงเพื่อปรับปรุงการแสดงอีกสี่เดือน แต่เฉพาะการบริหารจัดการภายในวง กับวางแผนเตรียมงานในแต่
ละปี กะเหมิดเวลาไปแล้วพี่น้อง... วิธีการที่ได้มาขององค์ความรู้นะหรือ กะล้วนมาจากประสบการณ์ตรง
ของหมอลำเองทั้งนั้น จากรุ่นสู่รุ่นสืบทอดกันมา การปรับปรุงการแสดง กะมาจากเจ้าของทั้งนั้นหละ
พี่น้องผม....ความรู้ เครื่องมีอ ฯลฯ ข้าเจ้ากะบ่มี หรือถ้ามีมันกะบ่มีเวลาอีกพี่น้องเอ๋ย....


2.ด้วยเหตุผลข้อที่ 1  จึงเชื่อมโยงถึงปัจจัย  หรือทุน  ขาดการวางแผนด้านการเงินอย่างเป็นระบบ  ส่วนใหญ่
ได้มาใช้ไป  แบบเดิมๆ  ไม่ผ่านระบบธนาคาร  แต่ในโลกปัจจุบันสเตรทเม้นท์คือหลักฐานสำคัญต่อการสร้าง
เครดิต เมื่อขาดการวางแผนที่ดี  เริ่มทำวงอีกทีก็ไม่มีเงินทุนสำรอง  ต้อง---้หนี้ยืมสินนอกระบบ  เป็นวงจรชีวิต
เดิมๆ  อาจจะหนักมากขึ้นหากขาดองค์ความรู้  แล้วทำงานอย่างไร้การวางแผนที่ดี อาจลงทุนสูญเปล่า  
นี่ก็เป็นอีกเหตุหนึ่งที่น่าคิดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้หมอลำหดหายไปหรือไม่


เอ่อ ข้อนี้คนเราหาเช้ากินค่ำครับพี่น้องเอ๋ย ต้องอยู่ต้องกัน รายได้หลักของหมอลำกะมาจากงาน ไหนจะค่าอยู่ค่ากิน
ของลูกน้อง ไหนจะค่าอื่นๆ อีกจิปาถะ....การบริหารจัดการภายในวงข่อยบ่รู้นำดอก ที่ข่อยรู้ งานงานหนึ่งหมอลำต้อง
ใช้เงินอย่างบักคักเลยหละสำหรับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ


3.ด้วยเหตุผลข้อที่ 1  มุมมองวิสัยทัศน์จึงไม่เกิด  อ่านสถานการณ์ของโลกปัจจุบันไม่ทะลุ  การทำงาน  การสร้างผลงาน
จึงแข่งขันสู้ไม่ได้  องค์ความรู้จึงเป็นปัจจัยเบื้องต้น  ยังมีสาเหตุตามมาอีกมากมาย  หากขาดข้อที่ 1  

พี่น้องใช้ศัพท์สูงมากเลยนะครับนี่ วิสัยทัศน์พะนะ ถ้าข่อยบ่ได้เรียนจบมาสูงแล้วเฮ็ดงานอยู่ในองค์กรที่ให้
ความสำคัญในเรื่องนี้ ข่อยกะบ่รู้เลยใด๋ว่ามันหมายความว่าจั่งใด๋

แล้วถามว่า หมอลำละเขาจะมองไกลขนาดนั้นเชียวหรือพี่น้องผม...ในความคิดของผม ผมว่าไม่ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
เท่านั้นหละที่เผิ่นทำอยู่ ในทุกวันนี้


-ดังนั้นเหตุที่หมอลำค่อยๆล้มหายไป  เหตุผลสำคัญที่สุดคือ  ขาดองค์ความรู้ที่จะนำมาเป็นฐานทางความคิดให้เท่าทัน
ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก  นั่นเอง  ผมเชื่ออย่างนี้  ในขณะนี้นะครับ

โอเช สรุป คือขาดองค์ความรู้ที่จะนำมาเป็นพื้นฐานเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
( เรื่องนี้ข่อยแอบคิดในใจ ถ้าจะให้ทัน ต่อไปในอนาคตต้อง มีการบันทึกการแสดงสด แบบ Blue3D กันไปเล๊ยยยย ตั๊วะเนาะ)

ข่อยกะสิย้อนไปข้อ 1 อีกคือกัน แล้วองค์ความรู้เหล่านี้ มันต้องมาจากไหน มายังไง แล้วจะมั่นใจได้เช่นไรว่า
เป็นสิ่งที่จะทำให้ หมอลำของเราอยู่ได้ตลอดไป

มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลากันน่าดูชมเลยทีเดียว ซึ่ง เวลา ที่ว่า นับวันมันจะเหลือน้อยลงไปอยู่ทุกวัน
 

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยความเป็นเพื่อนมิตรครับ

แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อความเป็นมิตรเช่นกันครับ ยินดียิ่ง ยิ่งเว่ามาก ยิ่งมีทัศนคติที่กว้างไกลมาก
แต่ทัศนคติที่ฟังดูดี สวยหรูนี้ บางครั้งมันอาจจะนำไปใช้กับชีวิตจริงบ่ได้ หรือถ้านำไปใช้ได้ มันจะต้องมีการ
วางแผนกันเป็นอย่างดี อย่างรอบด้านโดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ชำนาญการที่มีประสบการณ์ในแต่ละด้านโดยตรง

ผมว่า เราควรอยู่ บนโลกแห่งความเป็นจริง ดีกว่า....

ปล.เหตุการณ์ต่างๆ ที่แลกเปลี่ยนนี้ ผมจะยกตัวอย่างประกอบให้เห็นภาพ และขอยกตัวอย่างจากเรื่องใกล้ตัว
เจ้าของนี่หละ มันง่ายดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกที่จะเป็นเหมือนเหตุการณ์ที่ผมนำมาแลกเปลี่ยนใด๋พี่น้อง แค่อยากลอง
ให้คิดดูว่าในท้องถิ่นของท่านมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหรือเปล่


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 18, 2012, 11:29:36 AM โดย among601/2543 »

« ตอบกลับ #32 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2012, 01:37:36 PM »

ออฟไลน์ Organize09

ขอยกมาตอบเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับหมอลำนะครับ  ตามที่คุณ Mong กล่าวว่า

ข่อยกะสิย้อนไปข้อ 1 อีกคือกัน แล้วองค์ความรู้เหล่านี้ มันต้องมาจากไหน มายังไง แล้วจะมั่นใจได้เช่นไรว่า
เป็นสิ่งที่จะทำให้ หมอลำของเราอยู่ได้ตลอดไป

มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลากันน่าดูชมเลยทีเดียว ซึ่ง เวลา ที่ว่า นับวันมันจะเหลือน้อยลงไปอยู่ทุกวัน 
 

องค์ความรู้มีอยู่รอบตัวเราเต็มไปหมดและสามารถเรียนรู้ได้ทันที  เบื้องต้นปรับแนวคิดก่อนอันดับแรก   คิดเชิงบวก  เปิดใจให้กว้าง  ดั่งแก้วที่ว่างเปล่า ยิ้มรับข้อมูลในทุกด้านแล้วคัดกรองในส่วนที่เป็นประโยชน์เอาไว้ใช้ 
2.ให้คุณค่าตนเอง ให้กำลังใจตนเอง  จงบอกตนเสมอว่า  ข้านี่แหละทำได้  และเริ่มทำทันที ไม่มีรีรอ
3.ทำตนให้อยากเรียนรู้  เรียนรู้ทุกอย่างที่อยากรู้  อ่านจากหนังสือ  หารือผู้รู้  อย่างมีสติและตั้งใจ
4.ศึกษาดูงาน ออกนอกกรอบตนเองให้มากขึ้น  เพื่อรับรู้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  ทั้งจากสิ่งที่ล้มเหลวและประสบความสำเร็จ  เพื่อนำข้อมูลทั้งด้านบวกและลบมาพิจารณาประกอบสิ่งที่ผ่านมาของเรา  และหาเส้นทางเดินที่ดีงามแห่งตนเช่นกัน 
5.วิ่งเข้าหาแหล่งข้อมูลอย่างไม่รีรอ  เมื่อพบเห็น ด้วยความนอบน้อม เพื่อหาข้อมูล  เรียนรู้จากแหล่งนั้นให้มากที่สุด  เช่นอยากรู้เรื่องระบบเสียงระบบไฟ ก็หาโอกาสดูคอนเสิร์ตใหญ่ๆ  และไปตั้งแต่เขาเริ่มติดตั้งระบบ  เข้าหาผู้รู้ ขอพูดคุยเรียนรู้กับเขา  หรือแม้แต่คณะหมอลำอาชีพเดียวกัน  ก็ไม่ควรละเว้น
หาโอกาสเข้าประชุมสัมนาหาความรู้จากการจัดของกลุ่มองค์กรต่างๆ  หาข้อมูลได้จากทางโลกไซเบอร์ เพียงปลายนี้วสัมผัส  อ่านได้จากนิตยสาร  หนังสือพิมพ์  มีอยู่เยอะแยะไปหมด  และไม่ได้ต้องใช้ระยะเวลาเลย  ซึ่งความเป็นจริง  คนเรามีเวลาว่างมากกว่าใช้ประโยชน์  เช่นเดียวกัน  คนที่ประสบความสำเร็จก็คือผู้ที่ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ต่อตนมากกว่าปล่อยว่างนั่นเอง
6.รู้จักวิเคราะห์  ข้อนี้จะบังเกิดผลมากหรือน้อย  อยู่ที่ผลการกระทำตามข้อ1-5  ดังนั้น  สิ่งที่ผมพูดเสมอคือความรู้จึงเป็น  ปัจจัยเริ่มต้นสู่ความอยู่รอดของทุกอาชีพครับ
หมอลำก็เช่นเดียวกัน    การรู้ความเป็นจริง ณ  ปัจจุบัน มิใช่รับรู้เฉพาะความเป็นอยู่เดิมๆ  รอบตัวเท่านั้น  แต่ต้องมองออกไปในโลกกว้างให้มาก  นั่นแหละจึงจะเป็นผู้รู้เท่าทันต่อการเปลั่ยนแปลงของโลกในอนาคต  และอยู่รอดได้ 
-ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ครับ  อย่าปรามาสตนเอง
-สิ่งที่ผมพูดมิใช่สิ่งเพ้อฝัน  ไร้ความจริง  แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนปฏิบัติได้  และอยู่บนโลกแห่งความจริง
การไม่รู้เท่าทัน  การปิดกั้นตนเอง  อยู่แต่ในโลกส่วนตน  นั้นต่างหาก  ที่ไม่ใช่โลกแห่งความจริง


เป็นการแลกเปลี่ยนด้วยความเป็นเพื่อนมิตร
กระผมขออภัยที่ไม่ได้ตอบในทุกประเด็น  เพราะเห็นว่าไม่อยู่ในประเด็นหลัก  และขออภัยหากบางครั้งใช้คำที่ท่านอ่านไม่เข้าใจ
แต่ผมเชื่อว่าทุกท่านรู้เท่าทันและเก่งกว่าผมเสียอีก  จริงๆครับ 
หากมีเวลาได้มาเยือน  จะขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในโอกาสต่อไป
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความรู้

« ตอบกลับ #33 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2012, 02:12:48 PM »

ออฟไลน์ among601/2543

โห สวดยอดไปเลย....

เอ๊า ผู้ส่งสาร จัดไปอีกครั้ง รวบรวมไปเลย อีกสิบหน้ากระดาษ

ส่งไปให้ฮอดมือ ทีมงานอีกครั้ง

และหวังว่า ทีมงานจะเข้าใจ นำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

เป็นเรื่องที่ดีมาก สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ด้วยนะนี่

บอกมาแต่ต้นกะจบไปแล้ว ข่อยกะบ่ต้องไปขุดอีหยังต่ออีหยัง ให้มันยาวยืดซะขนาดดี

ขอบคุณมากมากเลยนะครับ สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลครับผม...

« ตอบกลับ #34 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2012, 06:22:35 PM »

ออฟไลน์ chaideaw

  • แฟนลูกทุ่งหมอลำระดับ 4
  • *****
  • กระทู้: 661
  • ผู้บ่าวโรงงานทอผ้าเด้อจ้า
จากความเห็นของคุณ Moomee
"ก็ต้องยอมรับว่าหมอลำเป็นอีกธุรกิจหนึ่งก็ว่าได้ในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นการแข่งขัน
กันทางธุรกิจก็ต้องมีเป็นธรรมดาแล้วรูปแบบของการแข่งขันก็คือการปรับปรุงเพื่อที่จะ
ดึงดูดคนดูหรือลูกค้าเพื่อที่จะให้ธุรกิจต่อไปหรือเพื่อให้คณะหมอลำยังอยู่ต่อไปผู้สนับ
สนุนก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยคณะหมอลำถ้าขาดกำไรจากคนดูแล้วไม่มีผู้สนับสนุน
คณะหมอลำจะเอาทุนทรัพย์ที่ไหนมาทำวงต่อ ถ้าไม่ทำแบบนี้ก็ไปไม่รอดแล้วนั่นแหล่ะ"

ในความเห็นของผม  
ผู้ให้การสนับสนุนไม่ได้มีผลต่อความอยู่รอดของคณะหมอลำ ผู้ให้การสนับสนุนที่จริง
แล้วเปรียบได้เท่ากับเจ้าภาพเพียงหนึ่งรายเท่านั้น  แต่ด้วยความเข้าใจที่ผิด  หลายวง
เลยให้ความสำคัญมากกว่าเจ้าภาพชาวบ้าน  นำชื่อเสียงของวงไปรับใช้  ยอมปรับรูป
แบบของวงเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของเขา  ให้สิทธิ์เยอะแยะมากมาย แล้วยัง
ยัดเยียดกิจกรรมโฆษณา ในระหว่างการแสดง  ของเจ้าภาพงานบุญที่จ้าง ตรงนี้แหละ
ครับคือจุดหักเหทางความคิด ที่บ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของวง  และบ่อนทำลายวง
ให้เสื่อมถอย
 ถามว่า  เงินจากผู้ให้การสนับสนุน มากกว่าเงินจากเจ้าภาพงานบุญกระนั้นหรือ  
ผมว่ารายได้หลักมาจากเจ้าภาพงานบุญครับ  ผู้ให้การสนับสนุนเท่ากับเจ้าภาพเพียงหนึ่งราย
เท่านั้น
 งานEvent ของเอเจนซี่ คือการอาศัยแอบแปะชื่อเสียงเพื่อผลประโยชน์แห่งตน
และยัดเยียดโดยไม่แคร์ความรู้สึกของผู้ชม  ภาคกลาง ในกรุงเทพ ล่มสลายหมดแล้ว  
จึงขยายมาอีสาน หากเราไม่รู้จักเรียนรู้และไม่เท่าทันกับเล่ห์เพทุบายของนักคิดเหล่านั้น  
หลายวงที่เห็นสปอนเซอร์คือพระเจ้า  เขาเหล่านั้นกำลังถูกเจ้าภาพงานบุญและชาวบ้าน
เดินห่างออกไป  ออกไป
 จนไม่มีงานจ้างจากเจ้าภาพงานบุญ ดังที่กำลังพบเห็นในขณะนี้
หลายวง ส่วนการตลาด  สำหรับวงหมอลำแล้ว  ผลงานคือสิ่งสำคัญที่สุด  ผลงานที่สร้างความ
ประทับใจ  ความพึงพอใจ นั่นแหละ จะเป็นสิ่งดึงดูดงานอันหมายถึงรายได้เข้ามา  จะทำยังไง
ก็ต้องกลับไปทบทวนหลักคิดก่อนครับ  เป็นการแลกเปลี่ยนครับ

เว้าไปเว้ามา ข่อยหล่ะวิงเวียนนำ งง แอน งง จักหน่อย อาจสิเพราะว่าปึกเติบ
กะได้ ตกลงแล้วเจ้ารู้แต่ว่า เอเย่นซี่เพิ่นเป็นแต่แบบ...ที่เจ้าคึดเด้หนิเนาะ
แล้วเคยถามวง...เอาวงที่เจ้ายกย่องนักหนา นั่นหล่ะ...บ่ว่า เพิ่นต้องการมีผู้
สนับสนุนบ่ ครับผม และเพิ่นว่าเพิ่นบ่ที่ได้ยัดเยียดการแสดงการโฆษณาสินค้า
ที่สนับสนุนวง ให้เจ้าภาพได้เบิ่ง โอ้เนาะ...ซ่างว่า มันกะธรรมดาหล่ะ เขาเข้ามาสนับ
สนุนเจ้าของแล้ว มันกะต้องมีผลประโยชน์ต่อกัน แต่บ่แม่นมาว่า...เพิ่นมาดึงหมอลำ
ออกจากคนเบิ่ง คันแม่นเขาดึงหนีจากคนดู คนชมแล้วเขาเจ้าสิมา สนับสนุนเฮ็ดหยัง
เขาเจ้ามีแต่อยากมาร่วมแจม ซ่อยพี่น้องให้ได้เบิ่งหมอลำบ้านเฮา นั่นแหล่ว

จั่งใด๋คือว่างานแสดงของเอเย่นซี่ ในกรุงเทพฯและภาคกลางได้หมดไปแล้ว
เคยติดตามคอนเสิร์ตแต่ละงานของศิลปินบ่หนิ ข่อยหล่ะว่ามีแต่แนวเดียวเอาโลดตั๊วะ
บ่เว้นแม้กระทั่ง ลิเก เด้อ คันเว้าถึงผู้สนับสนุน คันสิว่าศิลปินภาคกลางที่เป็นวง มันกะ
เหลือบ่หล่ะ ที่เป็นวง และอดีตที่ผ่านมา เพิ่นเคยได้รับการสนับสนุนอยู่บ่ คันสิเว้าฮอด
ศิลปินภาคกลางเด๋

และคันหากเจ้า ศึกษาการสนับสนุนของแต่ละวงดีๆ บ่แน่เด๋ เจ้าอาจสิบ่กล้าเว้า กะได้ว่า
ผู้สนับสนุนเพิ่น เป็นแค่เจ้าภาพท่านๆหนึ่งเท่านั้น มีค่าแค่ เจ้าภาพงานหนึ่งเท่านั้น
คันอยากฮู้แจ้งกว่านี้ กะลอง ไปศึกษาใหม่ลองเบิ่ง ว่าเพิ่นมีคุณค่า มากมายเพียงใด
กับการสนับสนุนศิลปะภาคพื้นบ้านเฮา ให้อยู่กับคนอิสานเฮา ไปตราบนานเท่านาน
ลองหาข้อมูลกับวงใหม่ๆลองเบิ่ง กะดีเด้อ โดยเฉพาะวงที่เปลี่ยนแล้ว สิจักองศา
กะตามซ่าง จนว่าบ่มีโครงเหล็กนั่งร้านแล้ว แล้วค่อยเอามาเปรียบเทียบกับหมอลำ
วงที่เจ้ามัก มูลค่าการสนับสนุน เพิ่นแตกต่างกันหม่องใด๋ และ อย่างไร ครับผม


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 18, 2012, 06:51:01 PM โดย chaideaw »

« ตอบกลับ #35 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2012, 03:10:35 AM »

ออฟไลน์ among601/2543

อั๊น อั๊น เจ้าหนูจำไมขอถามอีกแหน่....อย่าว่าข่อยใด๋ ข่อยนะเจ้าปัญหา ปัญหาเยอะ

แล้วถ้าเกิดว่าหมอลำเผิ่นได้ องค์ความรู้ต่างๆ ที่สมบูรณ์แบบมาแล้ว ว่าต้องเฮ็ดจั่งใด๋แหน่มันจั่งสิโอเช

โดยนำมาดูทรัพยากรของเจ้าของที่มีอยู่นำพร้อม....แต่มันกะยังขาดอยู่ดี

มันต้องลงทุนเพื่ม อีกซัก 1XX,XXX,XXX บาท แล้วพี่น้องข่อยว่า หมอลำเผิ่นควรสิเฮ็ดจั่งใด๋

แล้วหมอลำเผิ่นสิแน่ใจได้อย่างไรว่า สิ่งที่ลงทุน ลงแรงไป มันจะคุ้มค่า ครับพี่น้อง...

ถามแค่นี้ก่อน เดี๋ยวมีปัญหาใหม่สิมาถามต่อ...

« ตอบกลับ #36 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2012, 06:03:35 AM »

ออฟไลน์ chaideaw

  • แฟนลูกทุ่งหมอลำระดับ 4
  • *****
  • กระทู้: 661
  • ผู้บ่าวโรงงานทอผ้าเด้อจ้า
อ้ออีกประเด็นตกไปหน่อยนึง....

"วิถีชีวิตคนอีสาน  เรื่องงานบุญเป็นเรื่องใหญ่และฝังอยู่ในจิตสำนึก  การจ้างมหรสพมาเสพงันก็ยังมีอยู่  หมอลำก็ยังเป็นตัวเลือกต้นๆ  19  จังหวัดภาคอีสาน"
เอ่อ แล้วทำไม ทุกวันนี้ หมอลำ ถึงได้เริ่มลดน้อย ถอยลงไป ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี
ถ้าเป็นคือท่านว่า มันต้องสวนทางกันสิครับพี่น้อง มันต้อง เพิ่มมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น มีคณะใหม่ๆ ตัวเลือกใหม่ๆ มาให้เรามาได้เลือกจ้างมางันกันสิครับ...

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกันนะครับ
งานบุญมีปริมาตรปริมาณเท่าเดิมครับ  และมากขึ้นด้วยซ้ำในปัจจุบัน  เหตุผลคือ  งานบุญเป็นวิถีชีวิตของชนชาวอีสาน  หมอลำ  เป็นมหรสพหนึ่งที่นำมาเสพงัน  มหรสพมีเป็นจำนวนมาก  แต่ที่น่าสนใจคือ  ทำไมหมอลำจึงลดน้อยถอยลง  มีประเด็นที่น่าคิดน่าศึกษาดังนี้

1.ขาดฐานข้อมูลทางความรู้  ทั้งอดีต  ปัจจุบันและโลกแห่งอนาคต  ตรงนี้เป็นปัญหาอันดับต้นๆ ของคณะหมอลำจำนวนมาก คณะหมอลำส่วนใหญ่เราด้อยตรงนี้ครับ

2.ด้วยเหตุผลข้อที่ 1  จึงเชื่อมโยงถึงปัจจัย  หรือทุน  ขาดการวางแผนด้านการเงินอย่างเป็นระบบ แล้วทำงานอย่างไร้การวางแผนที่ดี อาจลงทุนสูญเปล่า

3.ด้วยเหตุผลข้อที่ 1  มุมมองวิสัยทัศน์จึงไม่เกิด  อ่านสถานการณ์ของโลกปัจจุบันไม่ทะลุ  การทำงาน  การสร้างผลงานจึงแข่งขันสู้ไม่ได้ องค์ความรู้จึงเป็นปัจจัยเบื้องต้น

-ดังนั้นเหตุที่หมอลำค่อยๆล้มหายไป  เหตุผลสำคัญที่สุดคือ  ขาดองค์ความรู้ที่จะนำมาเป็นฐานทางความคิดให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก  นั่นเอง  ผมเชื่ออย่างนี้  ในขณะนี้นะครับ

แสดงความคิดเห็นคือกันเด้อ....แต่บ่กล้าว่าเพิ่นบ่มีความรู้ดอก..
เพิ่นขาดความรู้หยัง?..กะบ่กล้าว่านำเด้อ เอาประเด็นแรกก่อน

งานบุญหน่อยลงอิหลีครับ ยืนยัน เอาเริ่มต้นจากเทศกาลการเปิดวงแสดง
เว้าง่ายว่าเปิดฤดูกาลการแสดง คือ งานบุญกฐิน กะมีหน่อยลง
เพราะว่าอะไร เคยศึกษาอยู่บ่(หรือเปล่า)
ต่อจากบุญกฐิน(ในระยะหนึ่งเดือน) คือบุญดอกผ้า อันนี้
แทบสิบ่มีบ้านใด๋เขาเฮ็ดแล้วว ต่อจากบุญดอกผ้านี้
กะเทศกาลต้อนรับปีใหม่-บุญข้าวคูณลาน บุญข้าวจี่
ใผว่ามีงานงานบุญ มันหลายขึ้น เดียวหนิ บุญผ้าป่ามีทุกช่วงเทศกาล
บุญผเวส และ บุญแจกข้าว(ภาษาบ้านเฮา) อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน
เลยไปฮอดสงกรานต์ ปิดท้ายด้วยบุญบั้งไฟ-และบุญเบิกบ้าน
อยู่ในเวลาเดียวกันที่ยกมานี้เผื่อบอกว่า"มันหน่อยลงอิหลี" บ่ได้หลายขึ้นเลย

เพราะว่าเพิ่นบ่ค่อยจัดแล้ว เอาง่าย คือบุญบั้งไฟ แต่ก่อนๆ
มีทุกหมู่บ้าน แต่ๆ.....เดี๋ยวนี้ มีเป็นตำบล ที่จัดขึ้น และ จัดบ้าง
บ่จัดบ้าง กะแล้วแต่บ้านตำบล นั้นๆด้วย

บาดหนิมาเว้าเรื่องการเฮ็ด-สร้าง-ลงทุน จั่งใด๋คือกล้าว่าเพิ่นบ่ทัน
โลก บ่ทันสมัย เหอๆ มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ บรรดาท่านที่เฮ็ดวงแต่ละคน
โอ้...บ่มีมุมมอง บ่ศึกษาพร้อม อย่าดูถูกเพิ่นหลายเถาะ บ่แน่จริง เพิ่นคือสิบ่เฮ็ด
ให่ซุมเฮาได้ศึกษา ได้ฮู้มาก่อนดอก(มั๊ง) อย่าเอามุมมองเจ้าของ
มาดูถูกคนอื่นเพิ่นขนาดนั้น ลองเบิ่งความเป็นจริงดู๊..บ่แม่นมาว่า
1.ขาดฐานความรู้
2.การลงทุน-เก็บกำ-ใช้จ่าย ผ่านนั้น-นี้
3.มุมมองวิสัยทัศน์ ในยุคโลกาภิวัฒน์
ลอง"ให่มองข้ามช็อตนี้ไป"ว่าเพิ่นเป็นแล้ว ศึกษาแล้ว เฮ็ดมาแล้ว แต่บ่อยากล้มเหลว
แบบนี้สิดีกว่ามั๊งเนาะท่าน แต่อย่าว่าเว้า มันต้องเป็นแบบนั้น โลกทัศน์ต้องเป็นแบบนี้
เพิ่นคือสิคิดได้ก่อนเฮาอยู่ดอก ครับผม คึดว่า...


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2012, 08:35:54 AM โดย chaideaw »

« ตอบกลับ #37 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2012, 06:44:15 AM »

ออฟไลน์ chaideaw

  • แฟนลูกทุ่งหมอลำระดับ 4
  • *****
  • กระทู้: 661
  • ผู้บ่าวโรงงานทอผ้าเด้อจ้า
อั๊น อั๊น เจ้าหนูจำไมขอถามอีกแหน่....อย่าว่าข่อยใด๋ ข่อยนะเจ้าปัญหา ปัญหาเยอะ

แล้วถ้าเกิดว่าหมอลำเผิ่นได้ องค์ความรู้ต่างๆ ที่สมบูรณ์แบบมาแล้ว ว่าต้องเฮ็ดจั่งใด๋แหน่มันจั่งสิโอเช

โดยนำมาดูทรัพยากรของเจ้าของที่มีอยู่นำพร้อม....แต่มันกะยังขาดอยู่ดี

มันต้องลงทุนเพื่ม อีกซัก 1XX,XXX,XXX บาท แล้วพี่น้องข่อยว่า หมอลำเผิ่นควรสิเฮ็ดจั่งใด๋

แล้วหมอลำเผิ่นสิแน่ใจได้อย่างไรว่า สิ่งที่ลงทุน ลงแรงไป มันจะคุ้มค่า ครับพี่น้อง...

ถามแค่นี้ก่อน เดี๋ยวมีปัญหาใหม่สิมาถามต่อ...


ฮ่วยๆๆๆ..ใหญ่ๆๆๆ บ่แม่นไปนำ ธกส. เหมิดหล่ะบ่
เพลงกะเล่นคือบ้านเพิ่น แต่..งานจ้างมันหดหาย สปอร์นเซอร์กะบ่เข้า
จักสิเอาใสมาไถ่ถอน อิ อิ ล้อเล่งคร๊าบบบ ขำ ขำ..น๊า..เนาะๆๆๆ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2012, 08:42:10 AM โดย chaideaw »

« ตอบกลับ #38 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2012, 10:30:47 AM »

ออฟไลน์ among601/2543

อั๊น อั๊น เจ้าหนูจำไมขอถามอีกแหน่....อย่าว่าข่อยใด๋ ข่อยนะเจ้าปัญหา ปัญหาเยอะ

แล้วถ้าเกิดว่าหมอลำเผิ่นได้ องค์ความรู้ต่างๆ ที่สมบูรณ์แบบมาแล้ว ว่าต้องเฮ็ดจั่งใด๋แหน่มันจั่งสิโอเช

โดยนำมาดูทรัพยากรของเจ้าของที่มีอยู่นำพร้อม....แต่มันกะยังขาดอยู่ดี

มันต้องลงทุนเพื่ม อีกซัก 1XX,XXX,XXX บาท แล้วพี่น้องข่อยว่า หมอลำเผิ่นควรสิเฮ็ดจั่งใด๋

แล้วหมอลำเผิ่นสิแน่ใจได้อย่างไรว่า สิ่งที่ลงทุน ลงแรงไป มันจะคุ้มค่า ครับพี่น้อง...

ถามแค่นี้ก่อน เดี๋ยวมีปัญหาใหม่สิมาถามต่อ...


ฮ่วยๆๆๆ..ใหญ่ๆๆๆ บ่แม่นไปนำ ธกส. เหมิดหล่ะบ่
เพลงกะเล่นคือบ้านเพิ่น แต่..งานจ้างมันหดหาย สปอร์นเซอร์กะบ่เข้า
จักสิเอาใสมาไถ่ถอน อิ อิ ล้อเล่งคร๊าบบบ ขำ ขำ..น๊า..เนาะๆๆๆ


อย่าว่าใด๋อ้าย ฮอดอีหลีเด้ละ 1XX,XXX,XXX บาท

สมมุติว่า จากองค์ความรู้ที่ได้มา จากทางใด๋กะแล้วแต่....

หมอลำต้องทำการปรับปรุง เครื่องเสียงใหม่ อันที่มีอยู่มันส่งผลกระทบต่อการแสดงโดยรวม ทำให้บรรยากาศการชมหมอลำของผู้ชมบ่รู้เรื่อง
และจากการไปดูงานตามคอนเสิร์ตใหญ่ๆ ในประเทศและต่างประเทศ ถ้าจะเอาให้ดีอีหลี ต้องลงทุนไปเล๊ย ยี่สิบล้าน

ชุดหางเครื่อง ชุดนักแสดง สมมุติว่า ผู้ชมอย่างเบิ่งชุดที่ใส่ขนเยอะๆ แค่โชว์เดียวที่ใช้ขน ใช้เงินบ่ต่ำกว่า 200,000 บาท
และถ้าเป็นโชว์ทั้งคืนหละ กี่โชว์ กี่ชุด มันต้องลงทุนไปหลายถ่อใด๋อีก

บุคคลากรที่หายากยิ่งในยุคนี้ ถ้าอยากจะจ้างให้อยู่ร่วมอาชีพสายนี้ ต้องนู้นเลย บ่ต่ำกว่าเดือนละ หนึ่งหมื่นห้าพันบาท
แปดเดือนนี้จะต้องใช้เงินถ่อใด๋อีกน้อ

แล้วสิ่งต่างๆ ที่ลงทุนมา มันกะต้องใช้รถขนเนาะ ทีนี้สิ่งที่เป็นค่าใช้จ่ายมาอีกกะค่าน้ำมัน นับวันกะยิ่งสูงขึ้นทุกๆ ปี
ข่อยลงคึดเล่นๆ ใด๋ หนึ่งปีมีสองร้อยงาน อันนี้แค่เติมน้ำมัน สองวันครั้ง ครั้งละ แสน เฉพาะค่าน้ำมันทั่งฤดูกาลฟาดไปแล้วกว่าสิบล้าน

แล้วไหนลิค่าอีหยังอีกจิปาถะ แซวซะ รวมๆ แล้วผมว่าฮอดแน่นอน ร้อยล้าน......โหหมอลำร้อยล้าน สวดยอดไปเล๊ยยยย

แต่ว่าร้อยล้านที่จะเอามา สิไปหามาแต่ทางใด๋บาดนิ

« ตอบกลับ #39 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2012, 11:29:35 AM »

ออฟไลน์ Organize09

กลับเข้ามาเพื่อบอกลากระทู้และขอขอบคุณ
-ก่อนอื่นต้องขอบอกกล่าวด้วยความเคารพต่อทุกท่านที่เข้ามาอ่านในกระทู้นี้และได้แสดงความเห็นแลกเปลี่ยนต่อกัน  ในทุกความเห็นล้วนเป็นประโยชน์  กระผมขอรวบรวมไว้เพื่อนำไปเป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาต่อไป
-ทุกความเห็นที่แสดงออกมิได้มีเจตนาโอ้อวดภูมิความรู้  แต่สะท้อนมาจากข้อมูลที่ได้เก็บรวบรวมและศึกษาอย่างจริงจังจริงใจต่อความเป็นไปของศิลปวัฒนธรรมแขนงนี้  แสดงออกด้วยความห่วงใยต่อการล่มสลายของวงหมอลำ  อันเป็นองค์กรที่ถ่ายทอดและมีส่วนสำคัญต่อการสืบสานหรือทำลายไปพร้อมกันต่อศิลปวัฒนธรรมแขนงนี้เช่นกัน
-ในทุกความเห็นที่ผมได้แสดงไว้  ตั้งแต่ต้นจนมาจวบจนคำตอบนี้  ขอยืนยันในเจตนาว่า  มิได้มีอคติไดๆต่อหมอลำคณะได  ต่อบุคคลได  ไม่ได้มุ่งร้ายต่อคณะหมอลำได  บุคคลไดเลย  แต่ชี้ให้เห็ยภัยคุกคามจากปัจจัยรอบข้าง  ที่วิ่งเข้าหา  หมอลำสุดยอดศิลปวัฒนธรรมของชาวอีสาน
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยหลักการที่อาจจะเป็นเชิงวิชาการบ้าง  บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า  ทุกท่านทุกคนคือผู้รู้  แต่ถ้าหากบางท่านที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ  ก็ยินดีแลกเปลี่ยน  เพื่อเรียนรู้เพิ่มศักยภาพแห่งตนทั้งท่านและผมไปพร้อมกัน  โดยมีเป้าหมายคือการดำรงค์อยู่ของศิลปวัฒนธรรมแขนงนี้  อยู่คู่สังคมอีสานและชาติไทยสืบไป
-สิ่งที่ผมสะท้อนไว้ในนี้  คงมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย  ต่อทุกท่านทุกส่วนทุกองค์กรโดยเฉพาะคณะหมอลำทุกคณะ  หากเปิดใจกว้างนำมาพิจารณา  ย่อมมีมรรคผลแห่งการเรียนรู้  ผมเองมีความปรารถนาเช่นนั้น  โดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงไดๆ
-ผมมีความเชื่อที่ว่า  ความสำเร็จหรือล้มเหลวเกิดจากตนเองเป็นที่ตั้ง  ปัจจัยรอบข้างเป็นสิ่งเกื้อหนุน  ดังนั้น  ความสำเร็จ  หรือล้มเหลว  ขึ้นอยู่กับตนเป็นสำคัญ  คณะหมอลำจะยืนยงยืนหยัดอยู่ได้หรือล่มสลาย  ก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหารเป็นหลักเช่นกัน
-ผมไม่ได้ดูถูกเหยียดหยามว่า  คณะหมอลำหรือผู้บริหารเป็นผู้ไม่รู้  แต่ต้องยอมรับความจริงว่าทุกคนไม่รู้ไปเสียทุกเรื่อง  สิ่งที่ผมกล่าวคือองค์ความรู้  คำว่าองค์ความรู้นั้นหมายถึงทุกเรื่องที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงาน  ดังนั้นเรื่องไดที่ไม่รู้ก็ควรแสวงหาหรือเข้าหาผู้รู้  ผมหมายถึงเช่นนั้นครับ  ต้องกราบขออภัยและได้โปรดเข้าใจตามนี้
-ผมเชื่อมั่นว่า  ทุกคณะหมอลำสร้างความสำเร็จและประสบความสำเร็จได้  ตามศักยของตน  เพียงแต่ต้องรู้ตัวตนอย่างแท้จริง  หากยังมองไม่ออกก็สันนิฐานเบื้องต้นว่าไม่รู้แล้วจงแสวงหาผู้รู้  แสงสว่างปลายอุโมงค์ย่อมเกิดขึ้นได้  เพียงแต่ท่านต้องถามตนเองให้แน่ใจว่า  พร้อมจะเปลี่ยนตนเองหรือไม่  โดยเฉพาะความคิด 
หากบอกว่าพร้อม  สิ่งใหม่ในชีวิตก็จะบังเกิด  โดยทันที 
ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้โอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้  สิ่งดีๆ  ที่ออกจากจิตที่บริสุทธิ์  จงนำพาสิ่งดีๆมาสู่ทุกท่านเป็นเท่าทวีคูณ  กระผมขอขอบคุณเวบบอร์ดแห่งนี้  พร้อมผู้ดูแลบอร์ด  ที่ให้ใช้พื้นที่  และขอจบการแลกเปลี่ยนในกระทู้นี้  หากมีโอกาสจะขอกลับมาอีกครั้ง  ขอขอบคุณอีกครั้งครับ

« ตอบกลับ #40 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2012, 01:41:16 PM »

ออฟไลน์ among601/2543

ขอบคุณสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการ และมันเป็นวิชาการอย่างที่อยากจะให้เป็นเลยแฮ๊ะ

ที่จริงเรื่องเหล่านี้ ผมว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก และผมในนามของผู้ดูแลห้องกะให้ความสำคัญเช่นกัน

จนได้ปักหมุดไว้ให้พี่น้องเฮาได้เข้ามาอ่านและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ผมว่านะเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญกับทุกคณะเลยนะครับ ไม่น่าจะมาตั้งไว้ในห้อง เสียงอิสาน เลย เสียดายจัง

เพราะบางทีข้อมูลที่ต้องการจะสื่อ อาจจะไม่ทั่วถึง แต่อยู่นี่รับรองได้ ถึงเสียงอิสานแน่นอน แต่จะถึงยังไงนั้น

เดี๋ยวกะรู้ แต่ข่อยบ่นำไปบอกดอก เพราะข่อยไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและเรื่องหลังเวที

หลายๆ อย่างที่ท่านได้แนะนำมาและแสดงความเป็นห่วง ทั้งการศึกษาองค์ความรู้ต่างๆ ข้าเจ้ากะทำอยู่

จนได้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ มานำเสนอให้กับการหมอลำบ้านเรา แต่สิ่งที่ผมมักจะพูดเสมอคือ

เราไม่อาจจะทราบได้เลยว่า นอกจากสิ่งที่เรา เรา ท่าน ท่าน เห็น และได้รับรู้มา ไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่ง

มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิด หรือ อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นกะได้ เพราะเราไม่ใช่ผู้ที่อยู่ตรงจุดนั้นด้วยตัวเอง

เราไม่ใช่ผู้ที่จะรู้ลึกรู้จริงทุกอย่าง อย่างที่เจ้าของกระทู้ว่ามาเลย โลกแห่งความเป็นจริงที่ว่านี้

มีอะไรที่ยากแก่การหยั่งถึงอีกมากมายมหาศาล ครับพี่น้อง....

 





หมอลำ | หมอลำซิ่ง | วงดนตรี | หมอลำ | เสียงอิสานแฟนคลับ | รับทำเว็บ อบต | รับทำเว็บ